วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

[ภาค 2] :: [วิธี update Nod32 v3 แบบ online และ offline] +[ไฟล์ manaul update]

Sofware Download

Manual Update ::nodup 3453(20090321) ::


การ update ::
Virus Signature Database (VSD คือชื่อเรียกไฟล์ update ของ ESET โดยจะมี รหัสเป็นเลขและวันที่
เช่น 3947(20090319) คือ VSD 3947 ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2009

มาดูวิธีการ update กันดีกว่า

OFFline สำหรับเครื่องที่ไม่ได้ต่อเนต
ที่บ้านผมไม่ได้ต่อเนต ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บริษัท กลับบ้านไป เล่นคอม 2-3 ชม. แล้วก้อมุดหัวนอน ต่อเนตไปก้อคงไม่คุ้ม
แต่เครื่องที่บ้าน ครั้นจะไม่ลง AV ก้อคงจะไม่ได้ แต่ลง AV ไปไม่ update ก้อไม่ต่างอะไรจากสากกระเบือดีๆ นี่เอง
ก็เลยใช้วิธีเอา ไฟล์ manual update จากที่บริษัทไป update ที่บ้าน
นอกจากนี้ยังใช้ประยุกต์ กับการเครื่องที่ลง AV ใหม่ แต่ไม่อยากรอ update online นานๆ ก้อได้ครับ


เปิด EAV ขึ้นมา กด F5


เลือก update แล้ว กด Edit
**** เป็นการสร้าง server ที่เราจะเอาไว้ update


ตั้งชื่อ server กด Add กด OK
***ในที่นี้ผมจะเอาไฟล์ manual update ใส่ไว้ โฟลเดอร์ nodup( download ได้จากลิ้งค์ข้างบนครับ)
แล้วเราก้อจะเอาไปใส่ไว้ใน C:/
ดังนั้น server แบบ manual ของเราก้อคือ c:/nodup ครับ ตามรูป


update server ของเราก้อจะเปน c:/nodup แล้ว กด OK ครับ


ก้อจะกลับมาหน้าจอปกติของ EAV เลือก Update ด้านซ้าย แล้วมากด Upadte VSD
รอสักครู่ จนกว่า วันที่จะเปลี่ยนจาก 20071221 มาเป็นปัจจุบัน
***กรณีที่คุณ กด Update VSD แล้วด้านล่างขวาของจอขึ้นมาว่า Program Module have been Update ให้กด Update VSD อีกรอบครับ แล้ววันที่ถึงจะเปลี่ยนเป็นเป็นปัจจุบันครับ

ONLINE สำหรับเครื่องต่อเนตเปนประจำ



ก้อทำแบบขั้นตอน Offline ครับ แต่เราเลือก Update Server ให้เปน choose Automatically... ครับ

[ภาค 1] :: [ติดตั้ง Nod32 v3 ให้ใช้ได้ถึงปี 2050]

SoftWare Download
1. EAV_3.0.621::
2. ESS_3.0.621 ::
3. NOD32_v3_FiX_1.1-TemDono ::

เหนหลายๆคน บ่นกันเหลือเกินว่า ติดไวรัส โดนไวรัส อีกหลายๆคนก้อบ่นต่ออีกว่า ก้อลง AV (Anti Virus) แล้วทำไมยังติดไวรัสอยู่อีก แล้วก้อยังมีอีกหลายๆคน ถามมาว่า แล้วอย่างนี้จะใช้ AV ตัวไหนดี

ESET NOD32 AV คือ หนึ่งในบรรดา AV ที่เปนนิยม
วันนี้ผมจะมาปอกเปลือก การใช้งาน + การเซ็ตค่า แบบ mczimum
มาดูกันว่า set ยังไง virus กว่า 90% ถึงจะไม่ย่างกรายเข้ามาในเครื่องเรา

***หมายเหตุ***
วิธีการทั้งหมดเกิดจากการลองผิดลองถูกของกระผมเอง มิได้อ้างอิงจากหลักวิชาการเป๊ะๆ
หากท่านได้มีวิธี set ค่าที่ดีกว่ากรุณา โพสแจ้งเพื่อผมจะได้เผยแพร่ต่อไป (เด๋วลงเครดิตให้)


อันดับต้องรู้ก่อนว่า ในตระกูล ESET นั้นมีอยู่ 2 brand ด้วยกันก้อคือ
1. ESET NOD32 Antivirus ( EAV )
2. ESET Smart Security ( ESS )

****ในที่นี้จะว่ากันเฉพาะ ESET V.3 เท่านั้นครับ
ข้อแตกต่างระหว่าง EAV กับ ESS ก้อคือ EAV จะเป็น Antivirus+ Antispyware
ในขณะที่ ESS จะมีฟังก์ชันของ Personal Firewall + AntiSpam เพิ่มเข้ามา

ถามว่าแล้วจะเลือก brand ไหนอ่ะ
ถ้าคุณเป็นแค่ user ธรรมดาทั่วไป ไม่ได้เปน admin ที่ต้องดูแลองค์กรอะไร EAV ก้อถือว่าเพียงพอครับ
แต่ถ้าคุณอยากจะลอง ESS ก้อไม่ผิดกติกาครับ

มาเริ่มที่ขั้นการตอนติดตั้ง
1. EAV 3.0.621
2. ESS 3.0.621
3. NodFix V3. by Temdono :: เป็นตัวแก้ ทำให้เราสามารถ update ได้จนถึงปี 2050

****NodFix V3. ใช้ได้กับ EAV และ ESS V.3.0.621 เท่านั้นครับ ถ้า Version สูงกว่านี้จะใช้ไม่ได้ครับ


กด Next ครับ


เลือก I accept......... แล้ว Next


เลือก Typical setting แล้ว Next


เลือก Set Update Password Later แล้ว Next


เลือก Enable threatsense.......... แล้ว Next
*** เลือก Enable ไว้เผื่อกรณีที่เครื่องเราเจอ file ต้องสงสัยว่าเป็นไวรัส
EAV จะทำการส่งไฟล์นั้นกลับไปตรวจสอบที่ ESET ครับ


เลือก Enable Detection.......... แล้ว Next


กด Install


รอครับ


กด Finish ก้อจะเสร็จขั้นตอน Setup

ต่อไปมาทำให้ EAV ใช้งานได้ถึงปี 2050 นู่นเลย ด้วย NOD32_v3_FiX_1.1-TemDono


กด Next


กด Next


กด Install


เลือก No,I will......... กด Finish

แค่นี้เราก้อจะมี EAV ทีจะใช้ได้ถึงปี 2050 แล้วครับ

เรียนลัดคำสั่ง Dos ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม

เรียนลัดคำสั่ง Dos ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม
ความ จำเป็นในการใช้ (Dos) ยังคงมีอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันบทบาทของมันจะเริ่มลดลงไปมากหลังจาก Windows เริ่มมีความสมบูรณ์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ชนิดที่ไม่ต้องพึ่งดอสเลย แต่ถ้าเมื่อไรเครื่องของคุณยังไม่มี Windows หรือเข้าไปใช้งาน Windows ไม่ได้ คำสั่งดอสก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้คำสั่งดอสจะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เช่นการ การซ่อมแซมไฟล์ที่เสีย ก๊อปปี้ไฟล์ข้อมูล แก้ปัญหา Bad Sector ฯลฯ ดังนี้เราควรทราบคำสั่งบางคำสั่งที่จำเป็นไว้บ้างเพื่อนำไปใช้งานในยามฉุก เฉิน
Dos ย่อมาจาก Disk Operating System เป็นระบบปฎิบัติการรุ่นแรก ๆ ซึ่งการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบบปฎิบัติการดอสเป็นหลัก โดยการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งผ่านบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่นิยมใช้กันคือ MS-Dos ซึ่งต่อมาระบบปฎิบัติการดอสจะถูกซ่อนอยู่ใน Windows ลองมาดูกันว่าคำสั่งไหนบ้างที่เราควรรู้จักวิธีใช้งาน

CD คำสั่งเข้า-ออก ในไดเร็คทอรี่
CD (Change Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่ในโหมดดอส เช่น ถ้าต้องการรัน คำสั่งเกมส์ที่เล่นในโหมดดอส ซึ่งอยู่ในไดเร็คทอรี MBK ก็ต้องเข้าไปในไดเร็คทอรีดังกล่าวเสี่ยก่อนจึงจะรันคำสั่งเปิดโปรแกรมเกมส์ ได้
รูปแบบคำสั่ง
CD [drive :] [path]
CD[..]
เมื่อเข้าไปใน ไดเร็คทอรีใดก็ตาม แล้วต้องการออกจากไดเร็คทอรีนั้น ก็เพียงใช้คำสั่ง CD\ เท่านั้นแต่ถ้าเข้าไปในไดเร็คทอรีย่อยหลาย ๆ ไดเร็คทอรี ถ้าต้องการออกมาที่ไดรว์ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ให้ใช้คำสั่ง CD\ เพราะคำสั่ง CD.. จะเป็นการออกจากไดเร็คทอรีได้เพียงลำดับเดียวเท่านั้น
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง

CD\
กลับไปที่ Root ระดับสูงสุด เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\>docs\data> หลังจากใช้คำสั่งนี้ก็จะย้อนกลับไปที่ C:\ >

CD..
กลับไปหนึ่งไดเร็คทอรี เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\windows\command> หลังจากนั้น ใช้คำสั่งนี้ก็จะก็จะย้อนกลับไปที่ C:\windows>

CHKDSK (CHECK DISK) คำสั่งตรวจเช็คพื้นที่ดิสก์
CHKDSK เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยความจำ และการใช้งานดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ การรายงานผลของคำสั่งนี้จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ไดเร็คทอรี และ FAT ของดิสก์ หรือไฟล์ เพื่อหาข้อมผิดพลาดของการเก็บบันทึก ถ้า CHKDSK พบว่ามี Lost Cluster จะยังไม่แก้ไขใด ๆ นอกจากจะใช้สวิตซ์ /f กำหนดให้ทำการเปลี่ยน Lost Cluster ให้เป็นไฟล์ที่มีชื่อไฟล์เป็น FILE0000.CHK ถ้าพบมากว่า 1 ไฟล์ อันต่อไปจะเป็น FILE0002.CHK ไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังสามารถรายงานปัญหาที่ตรวจพบได้อีก อย่างเช่น จำนวน Bad Sector , Cross-ling Cluster (หมายถึง Cluster ที่มีไฟล์มากกว่าหนึ่งไฟล์แสดงความเป็นเจ้าของ แต่ข้อมูลใน Cluster จะเป็นของไฟล์ได้เพียงไฟล์เดียวเท่านั้น)
รูปแบบคำสั่ง
CHKDSK [drive:][[path]filename] [/F] [/V]
[drive:][path] กำหนดไดรว์ และไดเร็ทอรีที่ต้องการตรวบสอบ
filename ชื่อไฟล์ที่ต้องการให้ตรวจสอบ
/F สั่งให้ Fixes Errors ทันทีที่ตรวจพบ
/V ขณะที่กำลังตรวจสอบ ให้แสดงชื่อไฟล์และตำแหน่งของดิสก์บนหน้าจอด้วย
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\WINDOWS>CHKDSK D: ตรวจสอบข้อมูลการใช้งานดิสก์ในไดรว์ D
C:\>CHKDSK C: /F ตรวจสอบ ไดรว์ C พร้อมกับซ่อมแซมถ้าตรวจเจอปัญหา

COPY คำสั่งคัดลอกไฟล์
Copy เป็นคำสั่งที่ใช้ในการคัดลอกไฟล์ จากไดเร็คทอรีหนึ่งไปยังไดเร็คทอรีที่ต้องการ คำสั่งนี้มีประโยชน์มากควรหัดใช้ให้เป็น เพราะสามารถคัดลอกไฟล์ได้ยามที่ Windows มีปัญหา
รูปแบบคำสั่ง
COPY [Source] [Destination]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\COPY A:README.TXT คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ A ไปยังไดรว์ C
C:\COPY README.TXT A: คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ C ไปยังไดรว์ A
C:\INFO\COPY A:*.* คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C
A:\COPY *.* C:INFO คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C

DIR คำสั่งแสดงไฟล์และไดเร็คทอรีย่อย
เป็น คำสั่งที่ใช้แสดงรายชื่อไฟล์และไดเร็คทอรี คำสั่งนี้ถือเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อจะได้รู้ว่าในไดรว์หรือไดเร็คทอรีนั้น ๆ มีไฟล์หรือไดเร็คทอรีอะไรอยู่บ้าง
รูปแบบคำสั่ง
DIR /P /W
/P แสดงผลทีละหน้า
/W แสดงในแนวนอนของจอภาพ
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>DIR ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C
C:\>DIR /W ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C ในแนวนอน
C:\>INFO\DIR /P ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีย่อยในไดเร็คทอรี INFO โดยแสดงทีละหน้า
C:\>INFO\DIR *.TEX ให้แสดงรายชื่อไฟล์ทั้งหมดในไดเร็คทอรี INFO เฉพาะที่มีนามสกุล TXT เท่านั้น
C:\>DIR BO?.DOC ให้แสดงรายชื่อไฟล์ในไดรว์ C ที่ขึ้นต้นด้วย BO และมีนามสกุล DOC ในตำแหน่ง ? จะเป็นอะไรก็ได


เรียนลัดคำสั่ง Dos ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม

DEL (DELETE) คำสั่งลบไฟล์
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการลบไฟล์ ซึ่งต้องระมัดระวังในการใช้คำสั่งนี้ให้มาก
รูปแบบคำสั่ง
DEL [ชื่อไฟล์ที่ต้องการลบ]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>DEL BOS.VSD ลบไฟล์ในไดรว์ C ที่ชื่อ BOS.VSD
C:\>ROJECT\DEL JOB.XLS ลบไฟล์ชื่อ JOB.XLS ที่อยู่ในไดเร็คทอรี PROJEC ของไดรว์ C
D:\>DEL *.TXT ลบทุกไฟล์ที่มีนามสกุล TXT ในไดรว์ D

FDISK ( Fixed Disk)
เป็น ไฟล์โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการกับพาร์ติชั่นของฮาร์ดิสก์ ใช้ในการสร้าง ลบ กำหนดไดรว์ ที่ทำหน้าที่บูตเครื่อง แสดงรายละเอียดของพาร์ติชันบนฮาร์ดิสก์ จะเห็นว่าเป็นโปรแกรมอีกตัวหนึ่งที่ต้องทำความรู้จักและศึกษาวิธีใช้งาน เพราะสามารถใช้ประโยชน์ในการสร้าง ฮาร์ดดิสก์ให้มีหลาย ๆ ไดรว์ก็ได้
รูปแบบคำสั่ง
FDISK /STATUS
ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรม
A:>\FDISK เริ่มใช้งานโปรแกรม
A:\>FDISK /STATUS แสดงข้อมุลเกี่ยวกับพาร์ติชันบนฮาร์ดดิสก์

FORMAT คำสั่งฟอร์แมตเครื่อง
เป็น คำสั่งใช้จัดรูปแบบของดิสก์ใหม่ คำสั่งนี้ปกติจะใช้หลังการแบ่งพาร์ชันด้วยคำสั่ง FDISK เพื่อให้สามารถใช้งานฮาร์ดดดดิสก์ได้ หรือฝช้ล้างข้อมูลกรณีต้องการเคลียร์ข้อมูลทั้งหมดในฮาร์ดิสก์
รูปแบบคำสั่ง
FORMAT drive: [/switches]
/Q ให้ฟอร์แมตแบบเร็ว ซึ่งจะใช้เวลาน้อยลง (Quick Format)
/S หลังฟอร์แมตแล้วให้คัดลอกไฟล์ระบบลงไปในไดรว์นั้นด้วย เพื่อให้ไดรว์ที่ทำการฟอร์แมตสามารถบูตได้
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
A:\>FORMAT C: /S ฟอร์แมตไดรว์ C แล้วให้คัดลอกไฟล์ระบบลงไปในไดรว์ด้วย
C:\>FORMAT A: /Q ฟอร์แมตไดรว์ A แบบ Quick Format

MD คำสั่งสร้างไดเร็คทอรี
MD (Make Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการสร้างไดเร็คทอรี คำสั่งนี้จะช่วยให้สามารถสร้างไดเร็คทอรีชื่ออะไรก็ได้ที่เราต้องการ แต่ต้องมีการตั้งชื่อที่อยู่ในกฎเกณฑ์ของ Dos
รูปแบบคำสั่ง
MD [drive:] path
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
D:\> MD TEST สร้างไดเร็คทอรี TEST ขึ้นมาในไดรว์ D
D:\>DOC\MD TEST สร้างไดเร็คทอรีที่ชื่อ TEST ขึ้นมาภายในไดเร็คทอรี DOC

REN (RENAME) คำสั่งเปลี่ยนชื่อไฟล์
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อไฟล์ และส่วนขยาย โดยคำสั่ง REN นี้ไม่สามารถใช้เปลี่ยนชื่อไดเร็คทอรีได้
รูปแบบคำสั่ง
REN [ชื่อไฟล์เดิมล [ชื่อไฟล์ใหม่]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\REN BOS.DOC ANN.DOC เปลี่ยนชื่อไฟล์ BOS.DOC ในไดรว์ C เป็น ANN.DOC
C:\REN C:\MAYA\BOS.DOC PEE.DOC เปลี่ยนชื่อไฟล์ BOS.DOC ในไดเร็คทอรี MAYA ให้เป็น PEE.DOC
C:\REN A:*.*TEX *.OLD เปลี่ยนส่วนขยายของไฟล์ชนิด TXT ทุกไฟล์ในไดรว์ A ให้เป็น OLD

SCANDISK
คำ สั่ง SCANDISK เป็นคำสั่งตรวจสอบพื่นที่ฮาร์ดดิสก์ สามารถใช้ในการตรวบสอบปัญหาต่าง ๆ ได้ และเมื่อ SCANDISK ตรวจพบปํญหา จะมีทางเลือกให้ 3 ทางคือ FIX IT , Don't Fix IT และ More Info ถ้าไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นให้เลือก More Info เพื่อขอข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจต่อไป
ถ้าเลือก FIX IT จะเป็นการสั่งให้ Scandisk ทำการแก้ไขปัญหาที่พบ ถ้าการซ่อมแซมสำเร็จโปรแกรมจะมีรายงานที่จอภาพให้ทราบ ส่วน Don't Fix IT คือให้ข้ามปัญหาที่พบไปโดยไม่ต้องทำการแก้ไข
รูปแบบคำสั่ง
SCANDISK [Drive:]/AUTOFIX
/AUTOFIX ให้แก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
A:\>SCANDISK C: ทำการตรวจสอบปัญหาในไดรว์ C
A:\>SCANDISK D:/AUTOFIX ทำการตรวจสอบปัญหาในไดรว์ D และแก้ไขอัตโนมัติ


เรียนลัดคำสั่ง Dos ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม

Type คำสั่งดูข้อมูลในไฟล์
Type เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงเนื้อหาภายในไฟล์บนจอภาพ คำสั่งนี้จะใช้ได้กับไฟล์แบบ Text ส่วนไฟล์โปรแกรมต่าง ๆ จะไม่สามารถอ่านได้
รูปแบบคำสั่ง
TYPE [ชื่อไฟล์ที่ต้องการอ่าน]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>Type AUTOEXEC.BAT แสดงเนื้อหาภายในไฟล์ AUTOEXEC.BAT
C:\>NORTON\TYPE README.TXT แสดงเนื้อหาภายในไฟล์ README.TXT ในไดเร็คทอรี NORTON

XCOPY คำสั่งคัดลอกทั้งไดเร็คทอรีและทั้งหมดในไดเร็คทอรี
XCOPY เป็นคำสั่งที่ใช้ในการคัดลอกไฟล์ได้เหมือนคำสั่ง COPY แต่ทำงานได้เร็วกว่า และสามารถคัดลอก ได้ทั้งไดเร็คทอรีและไดเร็คทอรีย่อย
รูปแบบคำสั่ง
XCOPY [ต้นทาง] [ปลายทาง] /S /E
/E ให้คัดลอกไดเร็คทอรีย่อยทั้งหมดรวมถึงไดเร็คทอรีย่อยที่ว่างเปล่าด้วย
/S ให้คัดลอกไดเร็คทอรีย่อยที่ไม่ว่างเปล่าทั้งหมด
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>XCOPY BACKUP F: /S /E คัดลอกทุกไฟล์และทุกไดเร็คทอรีย่อย BACKUP ไปไว้ในไดรว์ F
C:\>RINCE>XCOPY *.VSD A: คัดลอกทุกไฟล์ที่มีนามสกุล VSD ในไดเร็คทอรี PRINCE ไปที่ไดรว์ A

ข้อความแจ้งปัญหาในดอส

ใน การทำงานบนดอสบางครั้งก็เกิดปัญหาได้บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งการเกิดปัญหาแต่ละครั้งก็จะมีข้อความแจ้งให้ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้น นั้น มีสาเหตุจากอะไร ต่อไปนี้เป็นข้อความแจ้งปัญหาที่มักพบได้บ่อย ๆ มีดังนี้
Abort, Retry, Fail ?
จะพบได้ในการณีที่ไดรว์ไม่มีแผ่นดิสก์อยุ่แล้วเรียกใช้ข้อมูลจากไดรว์นั้น การแก้ไขก็นำแผ่นดิสก์ที่ต้องการใช้มาใส่เข้าไป
กดปุ่ม <> (Retry) การทำงานจะทำต่อจากงานที่ค้างอยู่ก่อนเกิดความผิดพลาด
กดปุ่ม <> (Abort) รอรับคำสั่งจะไปอยู่ในไดรว์ที่สั่งงานล่าสุด
กดปุ่ม <> (Fail) เมื่อต้องการยกเลิกการทำงาน และเปลี่ยนไดรว์ใหม่
Bad Command or file name
ใช้ คำสั่งผิดหรือไฟล์ที่เรียกใช้งานนั้นไม่สามารถเรียกใช้ได้ การแก้ไข ตรวจสอบบรรทัดคำสั่งว่าถูกต้องหรือไม่ เช่น พิมพ์คำสั่งหรือชื่อไฟล์ถูกต้องหรือไม่ แล้วลองรันคำสั่งดูใหม่อีกครั้ง อาจเกี่ยวข้องกับเวอร์ชันของดอสไม่มีคำสั่งนั้นก็ได้
File not found
ไม่ สามารถหาไฟล์นั้นพบ อาจไม่มีไฟล์นั้น หรืออาจพิมพ์ชื่อไฟล์นั้นนผิดจากที่ต้องการ นอกจากนี้อาจเกิดจากพาธ (Path) ที่สั่งงานไม่มีไฟล์นั้น
Insufficient memory หรือ Out of memory
Insufficient memory หน่วยความจำไม่พอต่อความต้องการของโปรแกรม
Out of memory โปรแกรมเริ่มทำงานไปแล้วบางส่วนแล้วหน่วยความจำไม่พอ ระบบจึงต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ
Directory already exits
เกิดขึ้นเมื่อสร้างไดเร็คทอรีแล้วไปซ้ำกับซื่อที่มีอยู่แล้วในพาธเดียวกัน
Duplicate file ot file not found
ถ้าเปลี่ยนชื่อไฟล์ไปซ้ำกับชื่อที่มีอยู่จะทำไม่ได้และจะแจ้งเตือนดังข้อความดังกล่าว
InSufficient Disk space
ข้อความนี้จะเกิดขึ้นเมื่อดิสก์ไม่เพียงพอต่อการเก็บข้อมูล วิธีแก้ ลองใช้ดิสก์อื่นหรือลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ออก้

Lock folder โดยไม่ต้องใช้โปรแกรม

สำหรับวิธีการ ล๊อก Folder ที่เราอยากจะเก็บไว้เป็นความลับไม่ต้องการให้คนอื่นม าเปิดดูไฟล์ใน Folder ของเราวันนี้
ขอเสนอวิธีการ ล๊อก Folder โดยการใช้ Bat file นะครับ

วิธีการก็ง่ายๆครับ

ให้ คุณสร้าง Folder ที่คุณต้องการจะเก็บไฟล์นะครับ ในที่นี้ผมขอ สร้างเป็น ชื่อ Comfixclub นะครับ วิธีการสร้าง Folder ทุกคนคงรู้อยู่แล้ว ผมไม่ขอพูดถึงนะครับ

จากนั้นให้คุณเปิด Notepad แล้วพิมพ์ หรือ copy ของผมไปก็ได้ แล้วให้คุณปลี่ยน คำว่า Comfixclub เป็นชื่อ Folder ของคุณ

รูปแบบของการเขียนไฟล์ปลดล๊อก.bat
ren ชื่อfolder {20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} ชื่อfolder.
ก็จะได้

ren Comfixclub.{20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} Comfixclub

***** หมายเหตุ ชื่อ Folder ห้ามแว้นวรรค นะครับ เช่น New Folder เนี่ยะไม่ได้นะครับ เพราะว่า ใน command มันไม่รู้จัก วรรค ครับมันจะหาแค่ Folder ที่ชื่อว่า New เท่านั้น

จากนั้นให้คุณ ไปที่ FileSave As ตั้งชื่อไฟล์ครับ ของผมผมจะตั้งชื่อว่า Key.bat ต้องเป็น .bat เท่านั้นนะครับ

แล้วให้คุณกลับมาที่ Notepad อีกครั้ง
ให้แก้โค้ดเป็นรูปแบบดังนี้

ren ชื่อfolder ชื่อfolder. {20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D}

ระหว่างชื่อfolder ให้ เคาะหนึ่งน่ะครับแล้วก็ตามด้วยชื่อfolder
คุณจะได้โค้ดเป็น

ren Comfixclub Comfixclub.{20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D}

จากนั้นให้คุณ ไปที่ File Save As ตั้งชื่อไฟล์ครับของผมผมจะตั้งชื่อว่า Lock.bat ต้องเป็น .bat เท่านั้นนะครับ

เมื่อคุณต้องการ Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Lock.bat
เมื่อคุณต้องการ ปลด Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Key.bat

20 สุดยอด วิธีแก้ปัญหากวนใจชาว Windows

โอ้สวรรค์! เป็นเรื่องดีจริงๆ ที่ระบบ Windows เป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเลย ปัญหาพวกระบบค้างและบั๊กต่างๆ ที่มาคอยกวนใจเราชาว XP ก็หาได้ยากยิ่งนัก เอาล่ะ…พอเหอะ! ที่ชาวบ้านเค้าจะเผ่นหนีไปใช้ Linux หรือ OS อื่นๆ กันหมด เพราะพวกเค้าเริ่มทนไม่ได้กับปัญหาเหล่านั้นแล้วล่ะ
จริงๆ แล้วคุณก็พอแก้ปัญหาได้อยู่ใช่มั้ย? คุณมี System Restore ที่ใช้แก้ปัญหาแบบฟันฉับเดียวรักษาทุกโรค หรือถ้าอาการหนักจริงๆ ก็เสกคาถา [F8] ตูมเดียวให้ระบบเลือกบูท Last Known Good Configuration เป็นท่าไม้ตายสุดยอด
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วยให้คุณจัดการกับ เรื่องยุ่งยากทั้งหลายกับ 20 วิธีแก้ปัญหาชิวๆ ที่แม้ไม่สามารถชุบชีวิต PC ที่ขึ้นสวรรค์ไปแล้วให้กลับมาได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณสุขภาพจิตดีขึ้นบ้างล่ะน่า ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพังหรือเน็ตเวิร์กทำงานแปลกๆ หรือเมื่อระบบไม่ยอมให้คุณใช้งานใดๆ เรารวบรวมไว้ให้คุณทั้งหมดแล้ว

1. วิธีใช้งาน CHKDISK แบบเร็ว
เมื่อแน่ใจว่าฮาร์ดดิสก์เกิดอาการเพี้ยนๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการแปลกๆ ตอนบูทเครื่อง, เปิดโปรแกรมไม่ค่อยขึ้น หรือมีข้อความแปลกๆ ไม่ได้รับเชิญปรากฎขึ้นมา คงต้องใช้ Chkdsk ที่มากับ Windows XP เพื่อสแกนตรวจหาปัญหาใน sector ของฮาร์ดดิสก์และซ่อมมันให้เรียบร้อย แม้ว่าคุณสามารถเปิดโปรแกรมได้จาก Recovery Console แต่ยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น เพียงคลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือก Properties มองหาช่องที่เขียนว่า Tools แล้วคุณจะเห็นปุ่มที่ใช้เรียกมันขึ้นมา หากคุณต้องการสแกนไดรฟ์หลัก คุณจะต้องสั่งรีบูทเครื่องหลังจากเสร็จสิ้นการสแกนด้ วย

2. ส่ง Error Reporting ไม่ได้
มันเป็นฟังก์ชันที่ดีมากๆ ที่ให้เราๆ สามารถส่งข้อมูลว่าโปรแกรมไหนเสียยังไงไปให้ Microsoft ได้ แต่บางทีฟังก์ชัน Error Reporting ก็เสียซะเองนี่สิ มันเป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโปรแกรมออนไลน์ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเกมหรืออินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ ก็มักจะมีปัญหาระบบภายในอยู่บ่อยๆ หากต้องการให้มันหายเป็นปกติ ก็ใส่ซีดีติดตั้ง XP เข้าไปแล้วพิมพ์คำว่า sfc/scannow ตรงหน้าต่าง Run เท่านี้ก็เรียบร้อย

3. เชื่อมต่อสัญญาณเน็ตเวิร์กไร้สายไม่ได้
หากคุณไม่สามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กไร้สายได้ทั้งๆ ที่การทำงานของ WiFi ก็บอกคุณอยู่โท่งๆ ว่ามันมีสัญญาณเต็มเปี่ยม บางทีปัญหาอาจจะมาจากโปรแกรม Wireless Zero Configuration ของอีตา Microsoft ก็ได้ ให้คุณคลิกขวาที่ My Computer เลือก Manager แล้วขยาย Services and Applications ออกมา ภายใต้ Services หาคำว่า Wireless Zero Configuration แล้วดับเบิ้ลคลิก คุณจะมาโผล่ที่แท็บ General สั่ง Stop เพื่อหยุดการทำงานของมัน รอสักครู่แล้วสั่งเปิดการทำงานของมันใหม่ driver อุปกรณ์ไร้สายน่าจะทำงานถูกต้องแล้ว และคุณก็น่าจะเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว

4. ลืมรหัสผ่าน ทำไงดี?
หากคุณทำรหัสผ่านของ User Account หาย รีบูทเข้า Safe Mode เลือก log on user เป็น Administrator ปกติ account นี้จะถูกซ่อนอยู่ (ซึ่งคุณจะได้สิทธิ์และอำนาจเป็นผู้ดูแลระบบ) และหากคุณไม่เคยสร้าง account นี้ตอนติดตั้ง XP ก็กดเข้าไปได้เลย ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน จากนั้นเปิด Control Panel แล้วสั่ง reset the User Account passwords เท่านี้ก็เรียบร้อย

5. ป้องกันการติดตั้ง driver
หากคุณต้องการเก็บ driver ของอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรืออยู่ในขั้นทดลองให้พ้ นจากระบบของคุณ คุณก็สามารถสั่งให้ Windows XP จัดการปิดบัญชีเรื่องนี้ได้เลย ให้เปิด System Properties แล้วคลิกแท็บ Hardware และเลือก Driver Signing ที่นี่คุณสามารถสั่งปิดกั้น driver ที่ไม่ได้เรื่องทั้งหมด (หรือจะให้มีข้อความขึ้นเตือนก่อนก็ได้) สั่งให้ป้องกันทั้งระบบ หรือไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ระบบคนอื่นๆ มาติดตั้ง driver ซี้ซั้วและอาจทำให้คุณตกที่นั่งลำบากได้

6. สำรองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ไว้ขณะกำลังเขียนแผ่น CD/DVD
หากคุณสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เขียนแผ่น CD หรือ DVD พื้นที่ฮาร์ดดิสก์จะลดลงไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าโปรแกรมเขียนแผ่นกำลังใช้พื้นที่ฮาร์ ดดิสก์ในการเก็บอิมเมจไฟล์ไว้ตรงไหนสักแห่งในเครื่อง PC ของคุณ ลองกลับไปดูตัวเลือกของโปรแกรมแล้วปิดคำสั่งเล่นซ่อน หาไฟล์อิมเมจนี้ซะ อ้อ! ปกติแล้วมันน่าจะเก็บไฟล์ไว้ที่ My Documents ไม่ก็ Program Files

7. หลีกเลี่ยงปัญหาตอนบูทเครื่อง
หากระบบของคุณบูทช้าแบบสุดๆ และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ งั้นลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิ คุณสามารถเปิดการใช้งานนี้ได้โดยไปที่ Power Options (ซึ่งอยู่ใน Display Properties ของ Screen Saver) จากนั้นเมื่อคุณคลิก Turn Off Computer ให้กด [Shift] ค้างไว้แล้วเลือก Stand By เพื่อใช้คำสั่ง Hibernate นี้

8. อยากลบไฟล์งี่เง่าที่ลบยังไงก็ลบไม่ออก
หากคุณไม่สามารถลบไฟล์ด้วยวิธีธรรมดาๆ แล้ว ให้เปิด Command Prompt แล้วเปลี่ยน path ไปให้ถึงที่ที่ไฟล์เจ้าปัญหานั้นอยู่ จากนั้นสั่งปิด explorer.exe โดยใช้โปรแกรม Task Manager เลือกแท็บ Processes กลับไปที่ Command Prompt แล้วพิมพ์ DEL เว้นวรรค ตามด้วยชื่อไฟล์ที่ต้องการลบ New Task แล้วพิมพ์คำว่า explorer.exeเสร็จแล้วก็เปิด Task Manager คลิก File เพื่อให้หน้าจอเดสก์ท็อปกลับมาเป็นอย่างเดิม

9. ไฟล์ไม่ได้มาตรฐานไสหัวไปให้หมด!!
อะจ๊าก! ค้างอีกแล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น?
คุณไม่เพียงแค่อยู่ให้ห่างจาก driver ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเดียวเท่านั้น ไฟล์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เก ิดปัญหาได้ไม่แพ้กัน เพราะว่าระบบ PC มีการออกแบบที่ดีเยี่ยม (จริงแล้วห่วยสุดๆ ) แบบว่าไฟล์ระบบอาจถูกทับโดยการติดตั้งโปรแกรมหรืออุป กรณ์ต่างๆ หรือไม่ก็อาจถูกอัพเดทจากโปรแกรมหรือ malware ตัวร้ายได้เสมอ ดังนั้นคุณอาจต้องสแกนฮาร์ดดิสก์ของคุณแม้ไม่อยากทำเ ลยก็ตาม เพียงคลิก Run แล้วพิมพ์ sigverif โปรแกรม File Signature Verification ก็จะเปิดขึ้นมา ให้คุณคลิก Start เพื่อเริ่มทำงานได้เลย อย่าลืมเตรียมแผ่นติดตั้ง XP ไว้ให้พร้อมด้วยนะ
“หากระบบของคุณบูทช้า และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ ลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิ”

10. ไดรฟ์ CD/DVD หายไปไหนแว้ว!?
เพราะว่า Windows XP มีเรื่องที่ต้องจดจำเยอะแยะไปหมด ฉะนั้น…บางทีเฮียเค้าเลยเกิดอัลไซเมอร์รับประทาน ลืมไดรฟ์ CD/DVD ของคุณไป แม้ว่ามันจะเห็นอยู่ทนโท่ใน Device Manager ก็ตาม ในกรณีนี้ให้คุณเปิด RegEdit แล้วไปที่ HKEY-LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentConstrolSet\Control\Cl ass\{4D36E965-E325-11CE-EBC1-08002BE10318} แล้วลบค่าใน UpperFilters กับ LowerFilters ออกไป จากนั้นรีบูทเครื่อง 1 ครั้ง คุณต้องติดตั้งโปรแกรมเขียนแผ่นใหม่ด้วยแหละ…ซวย 2 ชั้นของจริง

11. ไฟล์/โฟลเดอร์นี้…ฉันจอง
ถ้าหากคุณไม่สามารถทำอะไรกับไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยู่ ใน Windows XP ได้ เนื่องจากอาจมีใครใช้อยู่ที่ไหนสักแห่ง คุณอาจต้องติดป้ายแสดงความเป็นเจ้าของไฟล์/โฟลเดอร์ไว้ โดยคลิกขวาที่ไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties จากนั้นเลือก Security, Advance และ Owner ตามลำดับ ตรงรายชื่อให้คุณเลือก username ของคุณ (หรือ Administrator ถ้ามี) เสร็จแล้วเลือก Replace owner on subcontainers and objects

12. ยกเลิกการทำดัชนีไฟล์ (File Index)
หากคุณไม่ได้มีความจำเป็นเลิศเหมือนพวกปากหอยปากปู และปกติคุณก็ใช้โปรแกรม Search ในการค้นหาเฉพาะไฟล์เอกสารกับรูปภาพยุคพระเจ้าเหาแค่ นั้น การทำดัชนีไฟล์ดูจะเป็นการใช้ทรัพยากรระบบที่มากเกิน ไปจนทำให้อะไรๆ ช้าลงไป ถ้าอยากจะปิดมัน…ง่ายมาก เพียงเปิด My Computer คลิกขวาที่ไอคอนฮาร์ดดิสก์ เลือก Properties ให้ดูที่แท็บ General แล้วคุณจะเห็นตัวเลือกการทำดัชนีไฟล์ ให้สั่งปิดมันไปเลย…จบ

13. Firewall ที่น่ารำคาญ
หาก Firewall ที่ติดตั้งมากับ Windows ทำให้คุณประสาทเสียและคุณก็ไม่รู้จะปิดมันจาก control Panel ยังไง (เพราะว่าตัวเลือกที่จะปิด มันเป็นสีเทาอยู่น่ะสิ) ให้คุณเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์ net start SharedAccess ไม่ต้องมีเครื่องหมายคำพูดนะ และกลับกัน…หากคุณต้องการปิดมันก็ให้พิมพ์ net stop SharedAccess

14. อย่าใช้ Super Prefetch เลยคุณ
ไอ้ที่เค้าคุยไว้ว่าจะมีฟังก์ชันที่เข้ามาช่วย registry ให้สามารถทำงานได้เร็วฟ้าผ่า ด้วยเทคโนโลยี Super Prefetch ที่มีเฉพาะ Service Pack 2 กับ Windows Vista น่ะ ขี้โม้สุดๆ เลยคุณ เพราะแม้ว่าจะปรับ registry ไปแล้ว ระบบของคุณก็ยังทำงานช้าเป็นเต่าอยู่ดี เว้นแต่คุณจะสั่ง defrag ไฟล์ Prefetch ซะก่อน เพียงเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์ defrag c: -b

15. Logon ให้เร็วขึ้น
Autoexec.bat เป็นไฟล์ที่ใช้สั่งให้โปรแกรมทำงานตอนบูทเข้าระบบ Windows แต่ก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว เพราะว่า Windows XP ทำงานด้วยขั้นตอนที่ต่างไปจากเดิม อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายโปรแกรมที่ยังมีไฟล์นี้อยู่ และบางทีก็อาจทำให้การเข้าระบบเร็วขึ้นก็ได้ งั้นอย่ารอช้า รีบเปิด RegEdit แล้วไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon แล้วสร้างหรือแก้ไขค่าของ ParseAutoexec DWORD ให้เป็น 0 จากนั้นรีบูทเครื่องดู

16. ปิดเครื่องแล้วค้าง ทำไงดี?
ถ้าคลิก Shut Down แล้วอีก 20 นาทีต่อมาเครื่องของคุณยังค้างอยู่ แถมยังเจอปัญหาว่า Adobe Reader เพี้ยนไปแล้ว ปิดไม่ลงจ้า!! คงน่าหงุดหงิดเหมือนกันนะ แต่ไม่เป็นไร ให้คุณไปจบชีวิตเพี้ยนๆ ของมันที่ RegEdit และเข้าไปเปลี่ยนค่าของ HKEY_USERS\DEFAULT\Control Panel\Desktop\AutoEndTasks ให้เป็น 1 ค่านี้จะทำให้ Windows XP หลับหูหลับตาปิดข้อความแจ้งปัญหาที่จะทำให้ระบบของคุ ณทำงานช้าลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมด

17. ปัญหาโปรแกรมไม่เสถียร
ถ้าอยู่ๆ โปรแกรมที่เคยใช้งานดีๆ เกิดดื้อแพ่ง ระเบิดตัวเองหรือค้างแหง่กๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นไปได้ว่าไฟล์ .dll ของมันเองอาจทำงานไม่เรียบร้อยตอนที่คุณเลิกใช้โปรแก รมนั้นๆ พอนานเข้า ก็เลยยิ่งไม่เสถียรหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าแล้วก็เปิด RegEdit แล้วไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer แล้วสร้างค่า DWORD ที่ชื่อว่า AlwaysUnloadDll ขึ้นมาใหม่ แล้วตั้งค่าให้เป็น 1

18. ล้างบางข้อมูลตอนติดตั้งโปรแกรม
เมื่อเวลาติดตั้งโปรแกรมผิดพลาดและคุณไม่สามารถติดตั ้งใหม่ได้ (มักมีอะไรบางอย่างผิดปกติจนทำให้เกิดความผิดพลาดในซ อฟต์แวร์ Java) ดังนั้นคุณจะต้องเอาไฟล์เน่าๆ ที่ค้างอยู่ในเครื่อง PC ของคุณตอนติดตั้งครั้งแรกออกไปซะก่อน แต่ถ้าจะมานั่งหาเองคงไม่หมู เพราะไฟล์ส่วนใหญ่จะหลบอยู่ตามหลืบต่างๆ ทางที่ดีควรใช้โปรแกรม Windows Installer CleanUp จัดการให้ดีกว่า คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ได้ที่ support.microsoft.com/kb/290301 แล้วใช้มันสแกนหาเศษซากไฟล์ที่เหลืออยู่ติดตั้งเพื่อ ให้คุณลบมันทิ้งไปเอง

19. Defragment สะดุด…ทำไงดี?
ถ้าเกิดโปรแกรม Defragment ที่ติดมากับ Windows ทำงานอืดลงกว่าเมื่อก่อน หรือไม่ยอมทำงานให้คุณเลย อาจเป็นเพราะว่ามี sector ในฮาร์ดดิสก์เสียจนทำให้ระบบหยุดการทำงานก็เป็นได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว สาเหตุน่าจะมาจากไฟล์สำรองที่โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เก ็บไว้ทำ cache เป็นตัวก่อปัญหามากกว่า วิธีง่ายๆ ที่จะเขี่ยไฟล์เหล่านี้ออกไป ก็เพียงแค่ใช้โปรแกรม Chkdsk ก่อนทุกครั้งที่จะใช้โปรแกรม Defragmenter ก็เท่านั้น

20. ครั้นจะปิดโปรแกรม Outlook มันช่างยากเย็นกว่าที่คุณคิด…
หากคุณใช้ Outlook 2003 อยู่ ก็คงเห็นไอคอนโปรแกรมอยู่ตรง system tray และมันก็ยังทำงานไปได้เรื่อยๆ แม้ว่าคุณจะสั่งปิดโปรแกรมไปแล้วก็ตาม แบบว่ามันยังตรวจเช็คอีเมลอยู่ แต่ไม่ยอมให้คุณใช้งานมันแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ให้คุณใช้ Task Manager สั่งจับตายทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Outlook ให้หมด จากนั้นค่อยเปิด Outlook ใหม่แล้วคลิก Tools, Options, Other, Advanced Options และเลือก COM Add-ins ตามลำดับ พวกโปรแกรมเสริมที่เห็นนี้คือโปรแกรมยี่ห้ออื่น (เช่น ตัวสแกนไวรัส) และหากโปรแกรมเหล่านี้ยังทำงานอยู่ตอนที่คุณสั่งปิดโ ปรแกรมไป (แบบว่ายังสแกนอีเมลของคุณอยู่) โปรแกรมนั้นก็จะยังทำงานที่ค้างอยู่ต่อไป ดังนั้นให้คุณยกเลิกการใช้ Add-ins นี้ทีละอันจนกว่าคุณจะเจอว่าโปรแกรมไหนที่สร้างปัญหา ให้คุณ

Disable Auto Run ของ Window

อีกวิธีของการ disable autorun ของ window ทั้ง CD/DVD และ USB

1. run คำสั่ง 'gpedit.msc' ปรากฏ window Group Policy
2. Local Computer Policy - Computer Configuration - Administrative Templated - System หา key ที่ชื่อ 'Turn off Autoplay'
3. เลือก Enabled และกำหนดค่า 'Turn off Autoplay on:' = 'All drives'
4. เสร็จสิ้น

อ้างอิงจาก:Shinobi
ทำได้โดยการเข้าไปแก้ไขใน Registry โดยการไปที่ Start >Run>พิมพ์ regedit กด Enter แล้วไปหาที่อยู่ของมันคือ... HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\Cdrom แล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่หัวข้อ AutoRun ทางหน้าต่างขวามือ แล้วก็แก้ไขค่าให้เป็น 0 ซะ แล้ว Restart

วิธีลบ Shared Documents ออกจาก My Computer

บางท่านคงไม่เคยใช้ประโยชน์จากโฟลเดอร์นี้เลย ครั้งอยากลบก็ลบเหมือนโฟลเดอร์ทั่วๆไปไม่ได้ รกตาเป็นบ้า
ดังนั้นเรามาดูวิธีลบมันออกไปกันดีกว่า หุหุหุ
ก่อนอื่นให้ไปที่ Start>Run แล้วพิมพ์ regedit
จากนั้นให้เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer\MyComputer\NameSpace\DelegateF olders
จากนั้นให้มองหาคีย์ {59031a47-3f72-44a7-89c5-5595fe6b30ee}
ลบคีย์ที่ว่านี้ออกไปซะ Restart เครื่องใหม่ซะ
Shared Documents ก็จะหายไปจาก My Computer

วิธี Test Anti Virus ว่าทำงานจิงป่าวนะครับ

1. เปิดโปรแกรม NotePad ขึ้นมา (ไว้ที่หน้าจอ Desktop จะสะดวกสุด)
2. Copy โค้ดด้านล่างไปใส่ใน NotePad

X5O!P% @ AP[4\PZX54(P^)7CC)7}$EICAR-STANDARD-ANTIVIRUS-TEST-FILE!


3. Save เป็นชื่อ virus.com หรือ ชื่ออื่นๆก็ได้ ขอให้เป็น .com .exe .cmd หรือ เป็น . ที่ไวรัสทั่วไปครับ

แต่ .txt ใช่ไม่ได้นะครับ อิอิ และที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้อง Save ชื่อ virus จะ Save ชื่ออื่นก็ได้ครับ
4. แล้วลองรันดู หรือโปรแกรม Anti-Virus บางตัวเมื่อ Save แล้วจะบอกเลยโดยไม่ต้องรัน
ถ้า Anti-Virus ไม่แจ้งว่าเป็นไวรัสก็แสดงว่า ถึงเวลาเปลี่ยน Anti-Virus เพราะว่ามันไม่ค่อยมีประสิทธิ฿าพในการ

ตรวจจับ
ปล. วิธีนี้ไม่มีอันตรายกับเครื่องครับ เพราะมันเป็นวิธีทดสอบ Anti-Virus ของเราเท่านั้น ไม่ใช่ไวรัสจริงๆ
จบข่าว..........

เทคนิค ดี ๆ เกี่ยวกับ Computer

1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น

2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น

3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ

4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ

5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย

6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop

7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้

8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที! ่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก

9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้

10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ��าษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว

11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter

12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar

13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \'con\' ได้

14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น

15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu

16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก

17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น

18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก! กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send

19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้

20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน

21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา

22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break

23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ

24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter

25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete

26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา

27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้

28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้

29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ

30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare

ลองดูกันเองนะ ได้รับมาจากเมล์อีกทีหนึ่งอ่ะค่ะ เห็นว่าเป็นประโยชน์ดีก็เลยเก็บมาฝากครับ

วิธี Unlock เพื่อต่ออายุการใช้งานแชร์แวร์ด้วย Registry

เบื่อไหม!!!!!!
ที่ต้องมาตั้งกระทู้ค้นหา Serial crack เพื่อให้ได้ใช้โปรแกรมที่มีเวลาจำกัด แต่เดียวก่อง แอ้บโดมิไนเซอขอเสนอ วิธีโกงอายุโปรแกรม
วิธีต่ออายุการใช้งานแชร์แวร์โดยไม่ต้อง Crack ด้วย Registry Editor
จาก การที่ลองทำมาหลายวิธีแล้ว วิธีนี้ Work ที่สุดครับและง่ายที่สุดด้วยใครๆก็ทำได้ ลองเอาไปทำดูนะครับ ไม่ต้องแก้มากมาย แค่ใช้ความคิด และเทคนิคนิดหน่อย ที่เขาเรียกกันว่า การแบคอัพ รีจิสตรี้นั่นเอง แต่ไม่แน่ใจว่าวิธีนี้จะใช้ได้กับทุกโปรแกรมหรือเปล่ านะครับ ต้องลองกันดู


- เริ่มจากการติดตั้งโปรแกรมปกติ
- เมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรกจะเห็นระยะเวลา บอกให้ใช้งานได้กี่วันส่วนมาก 15-30 วัน หากต้องการใช้งาน
เกินกว่ากำหนด เริ่มขั้นตอนกันเลยครับ

1. ให้คลิกปุ่ม Start ->Run
2. พิมพ์คำสั่ง c:/windows\regedit..exe เพื่อเปิดโปรแกรม Registry Editor ขึ้นมา
3. คลิก File ->Export เพื่อทำสำเนาข้อมูล Registry ของวินโดวส์
4. จะมีหน้าต่างเพื่อบันทึกไฟล์ ขึ้นมาในช่อง save in : เลือกเป็น My Decuments คลิ๊กเลือก All ตรงกรอบ Export range
จากนั้นพิมพ์ชื่อไฟล์ในช่อง File Name _____ . reg File of type : Registraration File ( *.reg ) แล้วกด Save
5. เมื่อครบกำหนดตามระยะการใช้งานโปรแกรมจะไม่สามารถ ใช้งานได้
6. ให้ไปที่ Start ->Run พิมพ์คำสั่ง c:/windows\regedit..exe เพื่อเปิดโปรแกรม
7. จากนั้นไปที่ File -> Import
8. ให้ไปที่ช่อง Look in: เลือก My Decuments เพื่อคลิกชื่อไฟล์ที่เราทำสำเนาเอาใว้ ในขั้นตอนที่ 4. ___________.reg
9. จากนั้นคลิกปุ่ม Open เป็นอันเสร็จโปรแกรมที่เราไม่อยากเสียเงินก็ได้คืนชีพอีกครั้ง

วิธีการ set ค่า Virtual Memory สำหรับ คน Ram น้อยๆ

Virtual Memory คือ การจัดสรรเนื้อที่ใน Harddisk ของคุณ
บางส่วนมากำหนดเป็น พื้นที่ Ram จำลองค่ะ ทำงานเหมือน Ram
แต่มีข้อด้อยคือ ช้ากว่า Ram จริงๆ (ดีกว่าไม่มี)
ช่วยให้เล่นเกมส์ได้ดีขึ้นกว่า 40% (ความเห็นเรานะ)
แต่มีข้อเสีย คือ เปลืองเนื้อที่ HD (แต่ถ้ายอมก็ OK)

Virtual Memory ช่วยอะไรได้

มันช่วยในการทำให้เปิด โปรแกรมได้มากขึ้น
ที่สำคัญ เล่นเกมส์ได้ดีขึ้นด้วย
ทำให้เล่นแล้ว ลดอาการ lag น้อยลง
ลดปัญหาการ error เนื่องจากหน่วยความจำหมด

จะ Set Virtual Memory ทำอย่างไร

การเข้าไปเซ็ต นั้น ให้คลิกขวาที่ MyComputer

windows 9x ให้เลือก แทป Performance แล้วเลือก Virtual Memory
windows XP ให้เลือก Advance ช่อง Performance เลือก setting
จากนั้น ไป แทบ Advanced อีกที เลือก Vitual Memory

หลังกจากนั้น จะเป็นการเข้าไปกำหนด ค่าของมัน
1. เลือก Drive ก่อน
2. เลือก Let me specify my own virtual memory setting ประมาณเนี้ย
เป็นการกำหนดเอง

3. ใส่ค่าลงไป ปรกติ จะต้องเท่ากับ 2.5 เท่าของแรมที่มีอยู่ เช่น 128 * 2.5 = 320 ค่ะ
(แต่เรามักจะตั้ง 1024 ไม่รู้จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า)

4. กด set และ ok ๆ ๆ ๆ ไปตามประสา

5. มันจะ Restart เครื่อง - -.

แฟลชไดรฟ์ของคุณเร็วแค่ไหน มาดูวิธีกัน

แฟลชไดรฟ์ของคุณเร็วแค่ไหน?


เชื่อ ว่า เพื่อนๆ ส่วนใหญ่น่าจะมีแฟลชไดรฟ์ไว้ใช้เป็นของตนเองแล้ว เนื่องจากราคาที่ถูกมากในขณะที่ความจุเพิ่มขึ้นทุกวัน เราใช้มันแบ็กอัพข้อมูลทั้งที่สำคัญ และไม่สำคัญ ตลอดจนแลกเปลี่ยนไฟล์ หรือแม้กระทั่งผู้ใช้วิสต้า ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้กับการทำงานได้อีกด้วย

ด้วย ความที่พวกมันอรรถประโยชน์ขนาดนี้นี่เอง ทำให้เราต้องใส่ใจดูแล ตรวจสอบสุขภาพของพวกมันบ้าง ก่อนหน้านี้นายเกาเหลาได้เคยแนะนำยูทิลิตีFreeundelete (http://www.officerecovery.com/freeundelete/index.htm) กู้ไฟล์ หรือแบ็กอัพไฟล์ด้วยยูทิลิตี USB Flash Drive Manager (http://www.officerecovery.com/freeundelete/index.htm ) จากไดรฟ์พวกนี้ไปบ้างแล้ว ล่าสุดได้ไปพบยูทิลิตีอีกตัวหนึ่งที่ทำงานในระบบ 32 บิต สามารถรันได้ทั้งบน XP และ Vista เลยอดไม่ได้ที่จะนำมาฝากกัน ยูทิลิตีตัวนี้ชื่อ Flash Memory Toolkit http://www.flashmemorytoolkit.com/ ตัวเล็กจิ๋ว แต่ทำงานได้มากมาย

ไม่ ว่าจะเป็นตรวจสอบข้อผิดพลาดในแฟลชไดรฟ์ ลบข้อมูลอย่างรวดเร็ว กู้ไฟล์ แบ็กอัพ และรีสตอร์ แต่ที่นายเกาเหลาสนใจมากที่สุดไม่ใช่ฟังก์ชันเหล่านี้เลย แต่มันคือ การทดสอบประสิทธิภาพการอ่านเขียนไฟล์ของไดรฟ์ หรือ File benchmark ซึ่งทำให้เราสามารถทดสอบได้ว่า ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ของเรามีความสามารถในการอ่านเขียนข้อมูลเร็วแค่ไหน หรือก่อนซื้อ อาจจะลองยืมของเพื่อนๆ มาทดสอบดูก่อนก็ได้ จะได้เลือกตัวที่เร็วที่สุด ไม่ใช่ถูกที่สุด แต่ช้าที่สุดไงครับ


ปกติ Flash Memory Toolkit จะจำหน่ายในราคา 39.95 เหรียญฯ (ประมาณหนึ่งพันห้าร้อยบาท) แต่มันก็มีเวอร์ชันแจกฟรีให้ดาวน์โหลดเหมือนกัน แต่จะมีบางฟังก์ชันที่ใช้งานไม่ได้ โดยการทดสอบส่วนใหญ่จะทำในเรื่องของการอ่านเท่านั้น ไม่ทดสอบความสามารถในการเขียน ยกเว้น File benchmark ที่ทดสอบทั้งการอ่านและเขียน ซึ่งก็พอที่จะวัดประสิทธิภาพของแฟลชไดรฟ์ที่ใช้งานได้แล้ว โดยมันจะทดสอบความสามารถในการอ่าน และเขียนไฟล์ที่มีขนาดตั้งแต่ 1 MB ถึง 5 MB นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันฟอร์แมตไว้ให้ใช้ได้อีกด้วย เพื่อนๆ สามารถเก็บภาพผลการทดสอบได้ด้วยการคลิ้กปุ่ม Screenshort เพื่อไว้เปรียบเทียบกับยูเอสบีแฟลชรุ่นอื่นของเพื่อนๆ ไงครับ

แฟลชไดรฟ์ของคุณเร็วแค่ไหน มาดูวิธีกัน

แฟลชไดรฟ์ของคุณเร็วแค่ไหน?


เชื่อ ว่า เพื่อนๆ ส่วนใหญ่น่าจะมีแฟลชไดรฟ์ไว้ใช้เป็นของตนเองแล้ว เนื่องจากราคาที่ถูกมากในขณะที่ความจุเพิ่มขึ้นทุกวัน เราใช้มันแบ็กอัพข้อมูลทั้งที่สำคัญ และไม่สำคัญ ตลอดจนแลกเปลี่ยนไฟล์ หรือแม้กระทั่งผู้ใช้วิสต้า ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้กับการทำงานได้อีกด้วย

ด้วย ความที่พวกมันอรรถประโยชน์ขนาดนี้นี่เอง ทำให้เราต้องใส่ใจดูแล ตรวจสอบสุขภาพของพวกมันบ้าง ก่อนหน้านี้นายเกาเหลาได้เคยแนะนำยูทิลิตีFreeundelete (http://www.officerecovery.com/freeundelete/index.htm) กู้ไฟล์ หรือแบ็กอัพไฟล์ด้วยยูทิลิตี USB Flash Drive Manager (http://www.officerecovery.com/freeundelete/index.htm ) จากไดรฟ์พวกนี้ไปบ้างแล้ว ล่าสุดได้ไปพบยูทิลิตีอีกตัวหนึ่งที่ทำงานในระบบ 32 บิต สามารถรันได้ทั้งบน XP และ Vista เลยอดไม่ได้ที่จะนำมาฝากกัน ยูทิลิตีตัวนี้ชื่อ Flash Memory Toolkit http://www.flashmemorytoolkit.com/ ตัวเล็กจิ๋ว แต่ทำงานได้มากมาย

ไม่ ว่าจะเป็นตรวจสอบข้อผิดพลาดในแฟลชไดรฟ์ ลบข้อมูลอย่างรวดเร็ว กู้ไฟล์ แบ็กอัพ และรีสตอร์ แต่ที่นายเกาเหลาสนใจมากที่สุดไม่ใช่ฟังก์ชันเหล่านี้เลย แต่มันคือ การทดสอบประสิทธิภาพการอ่านเขียนไฟล์ของไดรฟ์ หรือ File benchmark ซึ่งทำให้เราสามารถทดสอบได้ว่า ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ของเรามีความสามารถในการอ่านเขียนข้อมูลเร็วแค่ไหน หรือก่อนซื้อ อาจจะลองยืมของเพื่อนๆ มาทดสอบดูก่อนก็ได้ จะได้เลือกตัวที่เร็วที่สุด ไม่ใช่ถูกที่สุด แต่ช้าที่สุดไงครับ


ปกติ Flash Memory Toolkit จะจำหน่ายในราคา 39.95 เหรียญฯ (ประมาณหนึ่งพันห้าร้อยบาท) แต่มันก็มีเวอร์ชันแจกฟรีให้ดาวน์โหลดเหมือนกัน แต่จะมีบางฟังก์ชันที่ใช้งานไม่ได้ โดยการทดสอบส่วนใหญ่จะทำในเรื่องของการอ่านเท่านั้น ไม่ทดสอบความสามารถในการเขียน ยกเว้น File benchmark ที่ทดสอบทั้งการอ่านและเขียน ซึ่งก็พอที่จะวัดประสิทธิภาพของแฟลชไดรฟ์ที่ใช้งานได้แล้ว โดยมันจะทดสอบความสามารถในการอ่าน และเขียนไฟล์ที่มีขนาดตั้งแต่ 1 MB ถึง 5 MB นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันฟอร์แมตไว้ให้ใช้ได้อีกด้วย เพื่อนๆ สามารถเก็บภาพผลการทดสอบได้ด้วยการคลิ้กปุ่ม Screenshort เพื่อไว้เปรียบเทียบกับยูเอสบีแฟลชรุ่นอื่นของเพื่อนๆ ไงครับ

Kingston DataTraveler ของแท้ หรือ ปลอม

สังเกตได้จาก...↓

เมื่อ keyboard เสีย จะทำไงมาดูกัน

เมื่อ keyboard เสีย
เราสามารถใช้โปรแกรมที่มากับ winxp มาแก้ขัดก่อนได้ คือ on-screen keyboard
ไปที่ start>run พิมพ์ OSK

หากคุณกำลังประสบปัญหา Windows XP บูตช้ามาก เข้ามาๆ

ลองดูนี่ครับ หากคุณกำลังประสบปัญหา Windows XP บูตช้ามาก เทคนิคระดับมืออาชีพต่อไปนี้ แม้จะดูซับซ้อนไปบ้างแต่รับรองว่าได้ผลอย่างแน่นอน
1. เปิดโปรแกรม Notepad (Start -> Programs -> Accessories -> Notepad)
2. พิมพ์ข้อความ "del c:windowsprefetchntosboot-*.* /q" (ไม่ต้องพิมพ์ เครื่องหมายคำพูด) แล้ว Save เป็นชื่อไฟล์ ntosboot.bat ไว้ในไดเรกทอรี C:
3. คลิกปุ่ม Start -> Run พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc แล้ว Enter
4. คลิกเลือกออปชัน Computer Configuration -> Windows Settings -> Scripts (Startup/Shutdown) จากนั้นดับเบิลคลิกที่คำว่า Shutdown ที่ปรากฏ อยู่ในหน้าต่างด้านขวามือ
5. ที่หน้าต่างที่ปรากฏขึ้น คลิกปุ่ม Add –> Browse ตามด้วยการระบุที่อยู่ของไฟล์ ntosboot.bat ซึ่งก็คือ C: แล้วคลิกปุ่ม Open
6. คลิกปุ่ม OK -> Apply -> OK เพื่อปิดหน้าต่าง
7. คลิกปุ่ม Start -> Run พิมพ์คำสั่ง devmgmt.msc แล้ว Enter
8. ดับเบิลคลิกที่รายการ IDE ATA/ATAPI controllers
9. คลิกขวาที่รายการย่อย "Primary IDE Channel" เลือกคำสั่ง Properties
10. คลิกแท็บ Advanced Settings เปลี่ยนออปชันในหัวข้อ Device Type จาก autodetect ให้เป็น none แล้วคลิก OK
11. คลิกขวาที่รายการย่อย "Secondary IDE channel" เลือกคำสั่ง Propertiesแล้วทำซ้ำขั้นตอนที่ 10
12. รีสตาร์ทเครื่องใหม่อีกครั้ง ซึ่งการบูตเครื่องครั้งใหม่จะเร็วขึ้นกว่าเดิม

แนะนำซื้อการ์ดจอใหม่ ในงบประมาณจำกัด

บทความนี้เป็นการแนะนำการเลือกซื้อ อุปกรณ์ในราคาที่จำกัดตามงบประมาณ ตามความประสงค์ในการใช้งาน และการเลือกซื้อเป็นหลัก โดยรายชื่ออุปกรณ์ในการแนะนำนี้ทางทีมงานก็จะแนะนำรุ่นหรือสเปคที่คิดว่า น่าจะเป็นไปได้เพื่อที่จะให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อได้ โดยในการแนะนำนั้นก็เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้แนะนำ มิได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับรุ่นหรือยี่ห้อหรือร้านค้าที่แนะนำ พร้อมกันนี้ในการแนะนำ ผู้แนะนำอาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกับผู้ที่ต้องการ ซื้อก็ได้ ซึ่งในการแนะนำนี้ก็จะแนะนำเป็นแนวทางในการเลือกซื้อเท่านั้น โดยในการเลือกซื้อก็ขึ้นอยู่กับการติดสินใจของผู้ที่จะซื้อเอง

งบประมาณ 3,000 กับการ์ดจอ PCI-Express

1. ASUS EAX300SE-X/TD/128 ATI Radeon X300 SE 128MB DDR 64-bit DVI TV-Out
2. Chaintech "SE73GS/128" nVidia GeForce 7300GS 128MB DDR2 64-bit DVI TV-Out
3. ASUS EAX1300/TD/128M ATI Radeon X1300 128MB DDR 64-bit DVI TV-Out
4. ASUS "EN7300GS/HTD/128" GeForce 7300GS 128MB GDDR2 64-bit DVI HDTV
5. ASUS "EN7300GS/HTD/256" GeForce 7300GS 256MB GDDR2 64-bit DVI HDTV

งบประมาณ 5,000 กับการ์ดจอ PCI-Express

1. Spark GeForce 6600GT 128MB GDDR3 128-bit HDTV DVI
2. Chaintech "SE76GS/256" nVidia GeForce 7600GS 256MB DDR2 128-bit DVI HDTV-Out
3. ASUS EAX1600PRO/TD/512 ATI Radeon X1600PRO 512MB GDDR2 128-bit DVI TV-Out
4. ASUS "EN6600GT/TD/128" nVidia GeForce 6600GT 128MB GDDR3 128-bit DVI TV-Out
5. Spark GeForce 7600GS 256MB DDR3 128-bit TV-Out DVI

งบประมาณ 10,000+ กับการ์ดจอ PCI-Express

1. XFX GF7900GT UDF7 GeForce 7900GT, 256MB 470/1370 MHz
2. ASUS GF7900GT GeForce 7900GT, 256MB
3. Spark GeForce 7950GT 512MB GDDR3 256-bit TV-Out Dual DVI
4. ASUS “EN7900GT TOP/2DHT/256” GeForce 7900GT 256MB GDDR3 256-bit Dual DVI HDTV
5. ASUS “EAX1900XT/2DHTV/512 ATI Radeon X1900XT 512MB GDDR3 256-bit Dual HDTV

การ์ดจอ SLI

1. Spark GeForce 7600GS 256MB GDDR3 128-bit TV-Out DVI
2. Spark GeForce 7600GT 256MB GDDR3 128-bit TV-Out DVI
3. Spark GeForce 7900GS 236MB GDDR3 256-bit TV-Out Dual DVI
4. ASUS “EN7900GT TOP/2DHT/256” GeForce 7900GT 256MB GDDR3 256-bit Dual DVI HDTV
5. ASUS “EN7900GTX/2DHT/512” GeForce 7900GTX 512MB GDDR3 256-bit Dual DVI HDTV

การ์ดจอ Cross Fire

1. ASUS EAX1900CrossFire/2DH/512MB ATI Radeon X1900CF 512MB GDDR3 256-bit DVI HDTV

งบประมาณ 5,000 กับจอ CRT

1. Philips 107S76 17” Flat Screen Black CRT 1280x1024
2. LG T711S 17” Black Flatron CRT 1280x1024
3. Samsung SyncMaster 793MG-T/T 17” DynaFlat CRT 1280x1024
4. LG T710SH 17” White Flatron with Bright View CRT 1280x1024
5. LG F700B 17” Real Flat CRT 1280x1024

งบประมาณ 7,000 กับจอ LCD

1. Philips 107P50 17” Real Flat Screen Ivory CRT 1600x1200
2. Samsung SyncMaster 997MB-T/T 19” Magic Bright CRT 1920x1440

งบประมาณ 15,000 กับจอ LCD

1. Philips 190B7CS 19” 1280x1024 Brightness 300 cd/m2 Contrast Ratio 700:1 Response Time 8ms
2. ViewSonic VX2025wm 20.1” 1680x1050 Brightness 300 cd/m2 Contrast Ratio 800:1 Response Time 8ms
3. BenQ FP93GX 19” 1280x1024 Brightness 300 cd/m2 Contrast Ratio 700:1 Response Time 2ms
4. LG L1980Q 19” 1280x1024 Brightness 250 cd/m2 Contrast Ratio 500:1 Response Time 8ms
5. Philips 190X6FB 19” 1280x1024 Brightness 300 cd/m2 Contrast Ratio 700:1 Response Time 8ms

เมนบอร์ดสำหรับ Core 2 Duo

1. ASUS P5B Deluxe
2. ASUS P5W DH Deluxe
3. GIGABYTE 965P-DQ6
4. GIGABYTE 965P-DS4
5. MSI P965 Platinum

เมนบอร์ดสำหรับ Socket 775 (Pentium 4/D)

1. GIGABYTE GA-8N-SLI
2. ASUS P5-WD2-Premium
3. ASUS P5-PL2
4. GIGABYTE GA-8I945PL-G
5. MSI 945G Neo2

เมนบอร์ดสำหรับ Socket 939

1. GIGABYTE GA-K8NXP-SLI
2. GIGABYTE GA-K8NF9
3. ASUS A8N SLI Deluxe
4. MSI K8N Diamond Plus
5. MSI K8N SLI

เมนบอร์ดสำหรับ AM2

1. ASUS M2N32-SLI Deluxe
2. ASUS M2N-SLI Deluxe
3. GIGABYTE M57SLI-S4
4. GIGABYTE M55SLI-S4
5. ASROCK AM2NF6G-VSTA R.2

งบประมาณ 10,000 กับ กล้องดิจิตอล

1. Panasonic FX01 6.0 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 28 – 102 มม. (3.6x)
2. Canon PowerShot A620 7.1 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 35 - 140 มม. (4x)
3. Nikon CoolPix S5 6.0 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 35 - 105 มม. (3x)
4. Sony DSC-T5 5.0 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 38 - 114 มม. (3x)
5. Pentax Optio S60 6.0 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 35 - 106 มม. (3x)

งบประมาณ 15,000 - 20,000 กับ กล้องดิจิตอล

1. Fuji FinePix S9500 9.1 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 28 - 300 มม. (10.7x)
2. Panasonic DCM-FZ30 8.0 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 35 - 420 มม. (12x)
3. Canon IXY 800IS 6.0 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 35 - 140 มม. (4x)
4. Fujifilm FinePix S6500 6.1 ล้านพิกเซล อัตราการซูม 28 - 300 มมม. (10.7x)
5. Nikon CoolPix S10

งบประมาณ 30,000+ กับ กล้องดิจิตอล

1. Nikon D70s D-SLR 6.0 ล้านพิกเซล
2. Canon EOS-400D D-SLR 10.1 ล้านพิกเซล
3. Nikon D80s D-SLR 10.0 ล้านพิกเซล
4. Canon EOS-350D D-SLR 8.0 ล้านพิกเซล
5. Sony A100 D-SLR 10.0 ล้านพิกเซล

Modem ADSL Router

1. LINKSYS WAG54G
2. 3COM 3CRWE754G72
3. ALLIED TELESYN AT-AR236E
4. LEVELONE WBR-3407A
5. NETGEAR N3-DG632UK

งบประมาณ 2,000 กับ Printer ใช้งานทั่วไป

1. HP DESKJET D2360
2. HP DESKJET 3920
3. EPSON Stylus C79
4. CANON IP 1600
5. CANON IP 1700

งบประมาณ 5,000 กับ Printer ใช้งานทั่วไป

1. CANON IP 3300
2. CANON PIXMA MP-160
3. HP 5610
4. EPSON OFFICE JET CX-3900
5. BROTHER DCP-115C

งบประมาณ 5,000 กับ Printer สำหรับพิมพ์฿าพ

1. CANON IP 4200
2. HP PHOTOSMART C3180
3. EPSON PHOTO R-250
4. SAMSUNG SPP2020
5. HP PHOTOSMART C4180

-------------------------

วิธีซ่อนโฟล์เดอร์แบบใหม่ขอรับ

วิธีซ่อนโฟล์เดอร์แบบใหม่

สร้างนิวโฟล์เดอร์ครับ แล้วคลิกขวา ไปที่ Rename จากนั้นกด Alt ค้างไว้แล้วกดเลขที่ Numpad ดังนี้ 0160 ก็จะได้โฟล์เดอร์ที่ไม่มีชื่อออกมา แล้วให้คลิกขวาที่โฟล์เดอร์นั้นแล้วไปที่ Properties คลิกที่ Change Icon เลือกภาพแบบที่ วางเปล่า แล้วคุณก็จะได้โฟล์เดอร์ล่องหน บางเครื่องก็อาจจะต้องคลิกที่ Customize ก่อนแล้วจึงคลิกต่อที่ Change Icon นะครับ

ส่วนวิธีหาหล่ะ ..ก็ง่ายมากครับ เช่นถ้าเราซ่อนโฟล์เดอร์ไว้ที่เดสท็อปก็ให้คลิกเมาส์ซ้ายค้างไว้ แล้วลากตั้งแต่มุมจอล่าง
ไปยังมุมจอบน จะเห็นรูปสี่เหลี่ยมสีนํ้าเงิน(หรือสีอื่นๆแล้วแต่ theme).. นั่นแหละครับก็คือโฟล์ของเราที่ซ่อนเอาไว้...

credit : จำไม่ได้แล้วอะครับ

คำสั่ง ที่ใช้ในตรง Run


เรียกโปรแกรม Accessibility Options —> access.cpl
เรียกโปรแกรม Add Hardware —> hdwwiz.cpl
เรียกโปรแกรม Add/Remove Programs —> appwiz.cpl
เรียกโปรแกรม Administrative Tools control —> admintools
ตั้งค่า Automatic Updates —> wuaucpl.cpl
เรียกโปรแกรม Bluetooth Transfer Wizard —> fsquirt
เรียกโปรแกรม เครื่องคิดเลข (Calculator) —> calc
เรียกโปรแกรม Certificate Manager —> certmgr.msc
เรียกโปรแกรม Character Map —> charmap
เรียกโปรแกรม ตรวจสอบดิสก์ (Check Disk Utility) —> chkdsk
เรียกดูคลิปบอร์ด (Clipboard Viewer) —> clipbrd
เรียกหน้าต่างดอส (Command Prompt) —> cmd
เรียกโปรแกรม Component Services —> dcomcnfg
เรียกโปรแกรม Computer Management —> compmgmt.msc
เรียกดู/ตั้ง เวลาและวันที่ —> timedate.cpl
เรียกหน้าต่าง Device Manager —> devmgmt.msc
เรียกดูข้อมูล Direct X (Direct X Troubleshooter) —> dxdiag
เรียกโปรแกรม Disk Cleanup Utility —> cleanmgr
เรียกโปรแกรม Disk Defragment —> dfrg.msc
เรียกโปรแกรม Disk Management —> diskmgmt.msc
เรียกโปรแกรม Disk Partition Manager —> diskpart
เรียกหน้าต่าง Display Properties control desktop —> desk.cpl
เรียกหน้าต่าง Display Properties เพื่อปรับสีวินโดวส์ —> control color
เรียกดูโปรแกรมช่วยแก้ไขปัญหา (Dr. Watson) —> drwtsn32
เรียกโปรแกรมตรวจสอบไดร์ฟเวอร์ (Driver Verifier Utility) —> verifier
เรียกดูประวัติการทำงานของเครื่อง (Event Viewer) —> eventvwr.msc
เรียกเครื่องมือตรวจสอบไฟล์ File Signature Verification Tool —> sigverif
เรียกหน้าต่าง Folders Options control —> folders
เรียกโปรแกรมจัดการ Fonts —> control fonts
เปิดไปยังโฟลเดอร์ Fonts (Fonts Folder) —> fonts
เรียกเกม Free Cell —> freecell
เปิดหน้าต่าง Game Controllers —> joy.cpl
เปิดโปรแกรมแก้ไข Group Policy (ใช้กับ XP Home ไม่ได้) —> gpedit.msc
เรียกโปรแกรมสร้างไฟล์ Setup (Iexpress Wizard) —> iexpress
เรียกโปรแกรม Indexing Service —> ciadv.msc
เรียกหน้าต่าง Internet Properties —> inetcpl.cpl
เรียกหน้าต่าง Keyboard Properties —> control keyboard
แก้ไขค่าความปลอด���ัย (Local Security Settings) —> secpol.msc
แก้ไขผู้ใช้ (Local Users and Groups) —> lusrmgr.msc
คำสั่ง Log-off —> logoff
เรียกหน้าต่าง Mouse Properties control mouse main.cpl
เรียกหน้าต่าง Network Connections control netconnections —> ncpa.cpl
เรียกหน้าต่าง Network Setup Wizard —> netsetup.cpl
เรียกโปรแกรม Notepad —> notepad
เรียกคีย์บอร์ดบนหน้าจอ (On Screen Keyboard) —> osk
เรียกหน้าต่าง Performance Monitor —> perfmon.msc
เรียกหน้าต่าง Power Options Properties —> powercfg.cpl
เรียกโปรแกรม Private Character Editor —> eudcedit
เรียกหน้าต่าง Regional Settings —> intl.cpl
เรียกหน้าต่าง Registry Editor —> regedit
เรียกโปรแกรม Remote Desktop —> mstsc
เรียกหน้าต่าง Removable Storage —> ntmsmgr.msc
เรียกหน้าต่าง Removable Storage Operator Requests —> ntmsoprq.msc
เรียกดู Policy ที่ตั้งไว้ (ใช้กับ XP Home ไม่ได้) —> rsop.msc
เรียกหน้าต่าง Scanners and Cameras —> sticpl.cpl
เรียกโปรแกรม Scheduled Tasks control —> schedtasks
เรียกหน้าต่าง Security Center —> wscui.cpl
เรียกหน้าต่าง Services —> services.msc
เรียกหน้าต่าง Shared Folders —> fsmgmt.msc
คำสั่ง Shuts Down —> shutdown
เรียกหน้าต่าง Sounds and Audio —> mmsys.cpl
เรียกเกม Spider Solitare —> spider
แก้ไขไฟล์ระบบ (System Configuration Editor) —> sysedit
แก้ไขการตั้งค่าระบบ (System Configuration Utility) —> msconfig
ตรวจสอบระบบด้วย System File Checker Utility (เริ่มทันที) —> sfc /scannow
ตรวจสอบระบบด้วย System File Checker Utility (เริ่มเมื่อบู๊ต) —> sfc /scanonce
เรียกหน้าต่าง System Properties —> sysdm.cpl
เรียกหน้าต่าง Task Manager —> taskmgr
เรียกหน้าต่าง User Account Management —> nusrmgr.cpl
เรียกโปรแกรม Utility Manager —> utilman
เรียกโปรแกรม Windows Firewall —> firewall.cpl
เรียกโปรแกรม Windows Magnifier —> magnify
เรียกหน้าต่าง Windows Management Infrastructure —> wmimgmt.msc
เรียกหน้าต่าง Windows System Security Tool —> syskey
เรียกตัวอัพเดตวินโดวส์ (Windows Update) —> wupdmgr
เรียกโปรแกรม Wordpad —> write

โทรฟรีทั่วโลก 15 นาที

https://www.tokiva.com/signup.php?refercode=330837 โทรฟรีทั่วโลก 15 นาที
ก่อนอื่นเราต้องสมัครสมาชิกก่อน จึงจะใช้งานได้
ส่วน เบอร์โทรศัพท์นั้น ถ้าเป็นของไทย จาก 0899986899 จะเป็น 66899986899 คือ ตัด 0 ตรงที่ 08 ออก แล้ว เติม 66 ด้านหน้า (รหัสของประเทศไทย)

ความรู้เล็กๆน้อยๆนะครับ รู้ไว้ติดหัวติดตัวก็ดี

1. เข้าที่ Starts > Program > Internet Explorer คลิกขวาเลือก Properties
2. ที่หน้าต่าง Internet Explorer Properties ช่อง การใช้งาน
** ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ต่อ Internet 1 เครื่องสำหรับการใช้งาน

Login ตาม E-mail ที่ลงทะเบียนไว้
แล้ว เข้ามา จะมีข้อมูลให้เรากรอกว่า

From (my number)
Thailand
Phone [เบอร์โทรศัพท์ของเรา EX. 66899986899 ]

To (my friend)
Phone หรือ Email (ให้เลือกเอา)
Country code first.
Phone [เบอร์โทรศัพท์ ปลายทาง]


Verification (กรอกรหัส ตามรูป)

----------------------------

จากนั้น ระบบ จะทำการ ต่อสายมายังเครื่องของเรา ก็ให้รับสาย แล้ว จะบอกให้เรารอสักครู่ จึงจะต่อไปยังเลขหมายปลายทาง Enjoy!!

** สามารถปกปิดเบอร์โทรที่โทรไปได้ หากต้องการเวลาเพิ่มเติม ให้เพื่อนสมัครต่อจาก ID ของเราแล้วจาได้ Credits เวลา เพิ่ม
จะโทรใน หรือ นอก ก็ฟรี
ใช้ได้ ชัว ไม่มั่วนิ่มๆๆun: คลิกเลือกให้อยู่ที่ Maximized แล้วคลิก

TIP วิธีการหา Serial และโปรแกรม Google

ให้พิมพ์ "ชื่อโปรเเกม" 94FBR เเล้วคลิก search ครับจุมพิต

เช่น

"Photoshop 7" 94FBR
"Age of Mythology" 94FBR
"Nero Burning Rom 5.5" 94FBR

อีกวิธีนึงในการหาตัวโปรแกรมครับ

ใช้ชื่อโปรแกรม+ชื่อเว็บที่มักจะมีคนเอาไปอัพโหลดไฟล์
Photoshop+rapidshare.de
Photoshop+megaupload.com
Photoshop+depositfiles.com

หลายครั้งที่เปิดหน้าต่าง IE ขึ้นมา มันจะใหญ่ๆเล็กๆ

ความรู้เล็กๆน้อยๆนะครับ รู้ไว้ติดหัวติดตัวก็ดี

1. เข้าที่ Starts > Program > Internet Explorer คลิกขวาเลือก Properties
2. ที่หน้าต่าง Internet Explorer Properties ช่อง Run: คลิกเลือกให้อยู่ที่ Maximized แล้วคลิก

ปรับ Effect ของ Windows XP

ใครๆ ก็รู้ว่า Winxp มี Interface ที่สวยงาม แต่ด้วยความสวยที่ว่า มันกลับทำให้เครืองทำงานช้าลง
มีหลาย effect ที่เราแทบมองไม่เห็น บางอย่างเราปิด effect นั้นๆ ลงแล้วก็ยังไม่มีผลกับการแสดงผล
ด้วยซ้ำ ปรับได้โดย

- คลิกขวา My Com > Propoties ไปแถบ Advance หัวข้อ Performance กด Settings ซึ่งปรับได้ 4 แบบ

* Let Windows choose what's best for my computer ก็คือให้ WIndowsปรับค่าที่เหมาะสมเอง
* Adjust for best appearance คือปรับแบบให้สวยสุด แต่ทำงานจะช้าลง
* Adjust for best performance คือปรับแบบให้ทำงานไวสุด แต่จะไม่สวย
* Custom คือ ปรับค่าเอาเอง

Tip : มาเปลี่ยน icon ให้ Drive ต่างๆกันเถอะ

เคยเห็น cd ที่แถมจากนิตยสารต่างๆ ที่ icon เป็นรูปน่ารักๆ เท่ๆ กัน บ้างไหมครับ
วันนี้ เรามา ทำให้ icon ของ drive ต่างๆในเครื่องเรา เป็นรูปท่ต้องการกันเถอะ

1 เราต้องเตรียม รูปที่จะเอามาทำเป็น Icon โดยรูปที่ จะเอามาทำนั้นจะต้องมีขนาด 32 x 32 เท่านั้นนะครับ ตั้งชื่อ ว่า icon.ico หรือชื่ออะไรก็ได้ครับ แต่ต้องนามสกุล .ico นะ

2 จากนั้น เปิด โปรแกรม Notepad ขึ้นมาพิมข้อความดังนี้
[AUTORUN]
icon = icon.ico
3 จากนั้น save as เป็นชื่อ AUTORUN.inf ไว้ใน drivre นั้นๆ (อย่าลืมเอารูปที่เราเตรียมไว้แล้วไปวางข้างๆกันด้วยนะครับ)

จากนั้น restart เครื่อง 1 รอบ ในกรณีที่เป็น hdd
ถ้าเป็น handy drive ก็ safety remove... แล้วก็เสียบใหม่

คาถาสั่งให้หยุดนับเวลา Download

เว็บ guShare.com

javascript:sec=1;alert('time stop');


เว็บ upload.th.md ใช้

javascript:timeout=1;alert('time stop');


เว็บ uploadtoday.com ใช้

javascript:timeout=1;alert('time stop');

วิธีล็อคป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปใน Control Panel ได้

ทราบกันดีแล้วว่า Control Panel เป็นที่รวบรวมเครื่องมือที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนค่าต่ าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงมี

ความ สำคัญเป็นอย่างมาก หากมีใครเข้าไปใช้เครื่องมือที่ไม่มีความชำนาญพอก็อา จก่อให้เกิดผลเสียต่อการใช ้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ คุณ


1. คลิก Strat > Run
2. พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc
3. คลิกปุ่ม OK จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง Group Polcy ขึ้นมา
4. เข้าไปที่ Administrative Templates
5. คลิกลงบนโฟลเดอร์ Control Panel
6. ดับเบิ้ลคลิกที่ Prohibit access to the Control Panel
7. จะปรากฎหน้าต่าง Prohibit access to the Control Panel Properties จากนั้น คลิกที่ปุ่ม Option หน้ารายการ Enabled
8.คลิกปุ่ม Apply แล้วคลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันคำสั่ง

8 วิธีในการดึงพื้นที่ฮาร์ดดิสก์คืน

เทคนิคหนึ่งที่ผมนำมาใช้เสมอกรณีที่เริ่ม Setup คอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานเองก็คือ จัดแบ่งพาร์ติชั่นให้เหมาะสม โดยแยกให้เป็นพาร์ติชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการ พาร์ติชั่นสำหรับ Application และสำหรับ Cache Drive หรือ Temp Drive และเมื่อใดก็ตามที่ผมเห็นผู้ใช้งานท่านใด บ่นว่าไม่มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูล ผมว่าปัญหาแท้จริงนั้นไม่ใช่ว่าพื้นที่ทั้งหมดในฮาร์ดดิสก์เต็มไปด้วยข้อมูล แต่ปัญหาจริงๆ ก็คือว่า การขาดการจัดการที่ดีมากกว่า แม้แต่ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ก็ต้องการการจัดการ

กรณีนี้ผมกล่าวถึง เฉพาะในพาร์ติชั่นของระบบปฏิบัติการและ Application เท่านั้น ส่วนตัวผมเองแล้ว ผมกำหนดให้มีขนาดไม่เกิน 800 เมกะไบต์ เพราะถือว่าการติดตั้งซอฟต์แวร์ Application ในปริมาณที่เกินกว่า 1 เมกะไบต์นั้น เป็นการสิ้นเปลืองและการไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง รวมไปถึงการจัดการที่ไม่ดีด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม พื้นที่ 800 เมกะไบต์ของผมก็ยังเต็มอยู่บ่อย ด้วยเหตุนี้ผมจึงเรียบเรียง กลวิธีง่ายๆในการดูแลพาร์ติชั่นดังกล่าวให้สะอาดและมีพื้นที่ว่างประมาณ 30 - 50 เมกะไบต์เสมอ ทำไมต้องมีพื้นที่ว่าง เพราะต้องว่างไว้สำหรับข้อมูลแคชของ Netscape , Internet Explorer , ไฟล์ที่มีผู้ส่งให้ทาง E-mail และข้อมูลที่ต้องถูกเก็บโดยอัตโนมัติในพาร์ติชั่นเดียวกับ Application ไม่สามารถแยกเก็บต่างหากได้



1. Recycles Bin คือ สถานที่แรกที่ควรพิจารณาจัดการ ปกติถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขนาดของถังขยะจะมีความจุ 1/10 เท่าของพื้นที่พาร์ติชั่น กรณีของฮาร์ดดิสก์ 1 กิกะไบต์ ก็จะมีถังขยะขนาด 100 เมกะไบต์ หากไม่จัดการให้เหมาะสม ปล่อยให้ถังขยะเต็มอยู่ตลอดเวลา ก็จะเสียพื้นที่ 100 เมกะไบต์ไปโดยเปล่าประโยชน์


2. การจัดการกับข้อมูลใน Disk Cache ของบราวเซอร์ เช่น Netscape , Internet Explorer ข้อดีของการมีข้อมูลเหล่านั้นไว้ก็คือ ประหยัดเวลาในการดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต และใช้ดูขณะ Offline ได้ แต่ข้อเสียก็คือใช้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ ทางที่ดีควร "ล้างแคช" โดยการใช้ฟังก์ชั่น Clear Cache ของบราวเซอร์ที่ใช้งาน กรณีของ Netscape นั้น ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตอยู่ใน C:\Program File\Netcape\…\cache ส่วนกรณีของ Internet Explorer นั้นอยู่ใน C:\Windows\Teporary Internet File\ พื้นที่ที่ใช้ในการเก็บไฟล์เหล่านั้นเริ่มจากไม่กี่เมกะไบต์ไปจนหลายสิบเมกะ ไบต์ ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้ใช้งานก็ควรลบออก

3. การจัดการกับไฟล์ที่ส่งแนบมากับจดหมายอิเลคทรอนิคส์ และไฟล์ข้อมูลที่ดาวน์โหลดเข้าเก็บไว้โดยโปรแกรมประเ฿ท Offline Web Browser สำหรับไฟล์ที่แนบมากับจดหมายอิเลคทรอนิคส์นั้น อาจต้องการใช้งานระยะเวลาสั้นๆ หลังจากต้องดำเนินการขั้นต่อไปคือ ตัดสินใจว่าจะสำรองข้อมูลไว้ หรือลบทิ้ง หรือนำไปจัดเก็บในพาร์ติชั่นสำหรับข้อมูล ส่วนไฟล์ HTMLและรูป฿าพที่ดาวน์โหลดโดย Offline Web Browser ถ้าหากต้องการเก็บไว้อ้างอิงระยะยาว ก็ควรย้ายไปยังพาร์ติชั่นสำหรับข้อมูลเช่นกัน หากไม่ต้องการใช้ก็ลบทิ้ง พื้นที่ว่างที่ได้เพิ่มขึ้นนั้น หลากหลายตามสัดส่วนความรกของไฟล์ สำหรับไฟล์ที่รับจาก e-mail กรณีที่ใช้งาน Eudora พบว่าบางครั้งไฟล์ขนาดใหญ่ และรับครั้งเดียวไม่สำเร็จ และเมื่อรับครั้งต่อไป ไฟล์นั้นจะถูกทิ้งไว้ และสร้างชื่อใหม่ขึ้นอีก ไฟล์ที่ใช้ได้คือไฟล์ที่สมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นจึงควรตรวจสอบและกำจัดไฟล์ขยะทิ้งไป

4. ไฟล์นามสกุล .tmp ใน C:\Windows\temp เป็นไฟล์ชั่วคราว (Temporary File)ที่ถูกสร้างขณะที่ใช้งาน Application ต่างๆ ถ้าหากการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยการเปิด-ปิดตามปกติ ไฟล์ชั่วคราวดังกล่าวจะถูกทำลายโดยอัตโนมัติเมื่อใช้งานเสร็จ แต่ในกรณีที่วินโดวส์หยุดทำงานเพราะแฮงค์ ไฟล์ชั่วคราวดังกล่าวจะเหลืออยู่ และเมื่อเป็นปริมาณมากๆ ขนาดก็ใหญ่ตาม การกำจัดทำได้โดยใช้ยูทิลิตีส์ เช่น Norton Utility | Space Wizard

5. ทิ้งชิ้นส่วนที่ไม่ได้ใช้งานแต่ถูกติดตั้งลงไปเมื่อติดตั้งวินโดวส์ สำหรับวินโดวส์฿าษาไทย สิ่งที่ลบออกได้ก็คือ C:\Program File\Online Service จะสังเกตเห็นว่า Online Services ที่ให้มานั้นคือ ของ AT &T , CompuServe, AOL ซึ่งเป็น บริการที่หาไม่ได้ในประเทศไทย แต่ถูกติดตั้งโดยอัตโนมัติ ไม่มีตัวเลือกให้ว่าจะเลือกติดตั้งหรือไม่ติดตั้ง และไม่มีตัว Uninstall ที่มากับ Windows ด้วย การลบทำได้สองวีธีคือ ลบด้วยมือ โดยเข้าไปลบใน Windows Explorer หรือใช้ยูทิลิตีส์ในการ Uninstall เช่น Clean Sweep , Uninstall การทิ้งส่วนนี้ให้พื้นที่ว่างถึง 9 เมกะไบต์

6. Application ที่แถมมากับวินโดวส์ แต่ไม่ได้ใช้งาน กรณีนี้ควรตรวจสอบก่อนลบว่าต้องการใช้อยู่หรือไม่ เช่น Hyper Terminal , Word Pad Thai , Windows Messaging , Paint , ทำให้พื้นที่ว่างลงอีกหลายเมกะไบต์ได้เช่นกัน การเอาออกทำได้โดยใช้ฟังก์ชัน Add / Remove Program ใน Control Panel

7. ไฟล์สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ แต่หลงเหลือไว้ในฮาร์ดดิสก์หลังจากติดตั้งวินโดวส์เสร็จเรียบร้อย พบในบางกรณี เช่น Notebook ยี่ห้อ Toshiba เมื่อซื้อมานั้น มักจะมาพร้อมกับวินโดวส์ 95 ซึ่งถูกติดตั้งเรียบร้อย แล้ว แต่ไฟล์สำหรับติดตั้งนั้นจะอยู่ใน C:\Windows\Option ซึ่งมีขนาดความจุ 60 - 90 เมกะไบต์ ทั้งนี้ประโยชน์ของการมีไฟล์ดังกล่าวไว้คือ กรณีที่วินโดวส์เสียหาย ก็สามารถติดตั้งจากตัวต้นฉบับที่ถูกคัดลอกไว้ดังกล่าวได้ แต่ก็เสียพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ไป ทางที่ดีควรพิจารณาสำรองไว้ในแผ่นฟล๊อปปี้ หรือหากเป็นการใช้งานคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย (Workgroup) ก็ควรขอพื้นที่ในเซอร์เวอร์ เพื่อฝากไฟล์ดังกล่าว หรือหากไม่สามารถลบทิ้ง ไม่สามารถฝากไฟล์ไว้ที่เครื่องอื่นได้ แนะนำให้ลบไฟล์ชื่อ wowkit.exe ซึ่งมีขนาดถึง 19 เมกะไบต์ออก เพราะเป็นไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานกันตามปกติเช่นเดียวกัน

8. ไล่ดูแต่ละโฟลเดอร์ทั้งใหญ่และย่อยถ้าทำได้ บางทีอาจจะเหลือขยะที่ทำให้เราจัดการได้บ้าง เช่น ไฟล์ตกค้างใน Eudora , ไฟล์ตกค้างจากการใช้ Offline Browser เช่น Teleport หรือไฟล์ที่เราอาจจะค้นพบได้เพิ่มเติมว่า มันไม่มีประโยชน์ และเปลืองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์โดยไม่จำเป็น

โปรแกรมที่ Windows XP ซ่อนไว้ทั้ง 23 โปรแกรม

คุณรู้ไหมครับ ว่า Windows XP มีโปรแกรมซ่อนอยู่ตั้ง 23 โปรแกรม ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักมันมาจากการที่จำเป็นต้องใช้มันนั้น เราจะไม่มีทางได้ใช้มันเลย เพราะบางโปรแกรม มันไม่อยู่ใน StartMenu ให้เรากด บางโปรแกรมถึงติดตั้งมาโดยที่เอาออกไม่ได้ บางโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่มาจากวินโดว์รุ่นก่อน (ทั้งๆที่ XP ก็มีโปรแกรมนั้นแล้ว) มาดูกันว่า 23 โปรแกรมนั้นมีอะไรบ้าง
วิธีการใช้ก็เข้าที่ Start -> Run -> พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้


charmap.exe = Character Map (มีประโยชน์มากสำหรับใช้พิมพ์อักขระพิเศษ)
cleanmgr.exe = Disk Cleanup (เอาไว้ทำความสะอาดหรือ Clear พื้นที่)
clipbrd.exe = Clipboard Viewer (ดูข้อมูล ในคลิปบอร์ด)
drwtsn32.exe = Dr Watson (โปรแกรมที่ใช้ตัวสอบว่าวินโดว์มีปัญหาเพราะอะไร)
dxdiag.exe = DirectX diagnosis (โปรแกรมตรวจสอบอุปกรณ์ว่า สนับสนุน DirectX หรือไม่ และแสดงรายชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้อง)
eudcedit.exe = Private character editor (โปรแกรมที่อนุญาตให้เราแก้ไขฟอนต์ หรือทำฟอนต์เองได้)
iexpress.exe = IExpress Wizard (โปรแกรมที่สร้างไฟล์ Setup ของวินโดว์ เอาไว้สำหรับคนที่เขียนโปรแกรมบนวินโดว์)
mobsync.exe = Microsoft Synchronization Manager (โปรแกรมที่คอยเก็บหน้าเว็บ หรือไฟล์บนเครือข่าย เอาไว้ดูตอน offline ได้)
mplay32.exe = Windows Media Player 5.1 (โอ้ Windows Media Player รุ่นคุณปู่)
odbcad32.exe = ODBC Data Source Administrator (โปรแกรมไว้จัดการกับดาต้าเบต)
packager.exe = Object Packager (โปรแกรมที่ใส่พวก Objects ต่างๆ ลงในไฟล์)
perfmon.exe = System Monitor (โปรแกรมนี้ มีประโยชน์มาก ไว้ตัวสอบประสิทธิ฿าพของวินโดว์)
progman.exe = Program Manager (เชลล์ไฟล์ของวินโดว์ 3.11)
rasphone.exe = Remote Access phone book (โปรแกรมที่เอาไว้ ติดต่อหรือเข้าถึงข้อมูลของสมุดที่อยู่ ในเครื่องอื่น)
regedt32.exe = Registry Editor [เหมือนกับ regedit.exe] (ไว้ใช้สำหรับแก้ไข Registry ของวินโดว์)
shrpubw.exe = Network shared folder wizard (สร้างแชร์โฟดเดอร์บนเครือข่าย)
sigverif.exe = File siganture verification tool (โปรแกรมตรวจสอบ signature ของไฟล์)
sndvol32.exe = Volume Contro (โปรแกรมไว้ปรับระดับเสียงไง อันเดียวกับรูปลำโพงตรง tray icon)
sysedit.exe = System Configuration Editor (โปรแกรมแก้ไข system.ini กะ win.ini)
syskey.exe = Syskey (Secures XP Account database – เป็นโปรแกรมที่ใช้ เข้ารหัส รหัสผ่านของวินโดว์ กรุณาใช้อย่างระมัดระวัง)
telnet.exe = Microsoft Telnet Client (โปรแกรม telnet)
verifier.exe = Driver Verifier Manager (โปรแกรมตรวจสอบ driver ต่างของวินโดว์ ใช้สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องไดร์เวอร์)
winchat.exe = Windows for Workgroups Chat (โปรแกรม chat รุ่นคุณปู่ มีเฉพาะในวินโดว์ ตระกูล NT)
เป็น ยังไงบ้างครับ มีโปรแกรมที่คุ้น กันบ้างหรือเปล่า เชื่อว่า คงมีหลายคนเลยที่งงว่า เอ๊ะ โปรแกรมทำอะไรหว่า คงต้องไปลองกันเอาเอง เพราะโปรแกรมพวกนี้ Microsoft ไม่ได้ทำเอกสารไว้ให้

เพิ่มความแรงให้ Winxp แบบง่ายๆ

เมื่อคุณได้ทำการปรับแต่งตามนี้จนครบถ้วนแล้ว จะทำให้เครื่องคุณแรงขึ้นอย่างแน่นอนครับ เอาหัว IceDogZ รับประกันได้เลยนะครับ
1. เพิ่มพื้นที่ให้ HDD
พื้นที่ว่างของ HDD จะมีผลกับความเร็วในการทำงานพอสมควร วิธีเพิ่มพื้นที่ง่ายก็
1. ใช้ Disk Cleanup
2. ลบไฟล์ขยะ
-ไปที่ start > run พิม %temp% กด ok แร้วลบให้หมด
3. ลบโปรแกรมที่ไม่ใช้ไปบ้าง
4. ปรับค่าใน System Restore
โดยปกติ Winxp จะกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ใน Restore แต่มันจะกันเป็นเปอร์เซนต์ ยิ่งถ้า HDD ของเรามีขนาด
ใหญ่ System Restore ก็จะกันไว้มากเท่านั้น ซึ่งมันไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ปรับได้โดย
- คลิกขวา My com > Propoties ไปแถบ System Restore ก็เลื่อนให้พอดีๆ หรือปะมาน 4% ก็พอ
- หรือไม่ใช้ก็ปิด System Restore ไปเลยโดยกดไปที่ Turn off System Restore on all drives

10 เทคนิคการติดตั้งระบบ LAN ไร้สาย ให้ปลอดภัยจากแฮกเกอร์

10 เทคนิคการติดตั้งระบบ LAN ไร้สาย ให้ปลอดภัยจากแฮกเกอร์

Anonymous บันทึก "ป้องกันอย่างไรไม่ให้ข้างบ้านมาใช้ไวร์เลสบ้านเรา

ระบบ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญสำหรับระบบเครือข่ายไร้สาย เปรียบเสมือนบ้านที่ต้องการกลอนประตู เพื่อป้องกันผู้บุกรุก กลอนประตูก็มีให้เลือกหลายแบบให้เลือกใช้ได้ตามความจำเป็น กลอนประตูบางชนิดอาจป้องกันได้เฉพาะผู้ที่มาเยี่ยม ไม่ให้เข้าบ้านได้ก่อนที่เจ้าของบ้านจะอนุญาต แต่ไม่สามารถป้องกันขโมยที่มุ่งประสงค์จะงัดแงะ เพื่อเข้ามาขโมยของในบ้านเราไปจนได้ การป้องกันขโมยมืออาชีพจึงอาจมีความจำเป็นต้องเพิ่มระบบกันขโมยที่แน่นหนา เฉพาะกิจมากกว่าแค่กลอนประตู การสร้างความปลอดภัยในระบบเครือข่ายไร้สายก็มีหลากหลายเช่นกัน ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งาน ความสำคัญของข้อมูล ความเสี่ยงในการที่บุคคลภายนอกจะสามารถแอบเข้ามาร่วมใช้งานในระบบของเรา

โดย ทั่วไประบบเครือข่ายในองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่มักจะมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องใช้วิธีการจัดการด้านความปลอดภัยที่แน่นหนา รัดกุม แต่สำหรับระบบเครือข่ายไร้สายภายในบ้าน หรือออฟฟิตขนาดเล็ก ยังมีวิธีการง่ายๆ เป็นการสร้างความปลอดภัยเบื้องต้น ที่สามารถป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาแอบดึงข้อมูลไปจากระบบเครือข่ายของเรา ได้ หรือแม้แต่เข้ามาใช้งานในเครือข่ายของเรา บทความฉบับนี้จึงเป็นการนำเสนอการรักษาความปลอดภัยแบบง่ายๆให้กับท่าน พึงระลึกว่าบางวิธีการอาจไม่สามารถป้องกันได้แน่นหนานัก แฮกเกอร์มืออาชีพยังสามารถเจาะเข้าไปในระบบได้โดยไม่ยาก แต่นั่นก็หมายความว่าต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านเทคนิคพอสมควร มิใช่เพียงข้างบ้านทั่วๆไปเท่านั้น

10 วิธีง่ายๆ ในการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยให้ไวร์เลสเน็ตเวิร์คที่บ้าน

1. No Default Settings
2. Cell Sizing
3. SSID Naming
4. Cloaking
5. MAC Filters
6. Encryption
7. Static IP
8. Common Security Practices
9. Document Your Settings
10. Turn it off

No Default Settings
สิ่ง ที่คนจำนวนมากพลาด คือการไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนชื่อบางชื่อให้กับอุปกรณ์แม่ข่ายของระบบ อาทิ โมเด็ม เร้าเตอร์ และแอ็คเซสพอยส์ โดยปกติอุปกรณ์เหล่านี้จะมีการตั้งชื่อมาจากโรงงาน ตามแต่ละยี่ห้อจะตั้ง ชื่อและรหัสผ่านเหล่านั้นจะแสดงอยู่ในคู่มือการติดตั้งอุปกรณ์ ดังนั้นหากคนที่ต้องการจะเข้ามาใช้อินเตอร์เน็ตหรือใช้งานในระบบของเราทราบ ว่าเราใช้อุปกรณ์รุ่นใด ก็สามารถดาว์นโหลดคู่มืออินเตอร์เน็ต และเพิ่มตัวเองเข้าไปในระบบได้โดยง่าย

ค่าหรือชื่อที่ท่านควรเข้าตั้งค่าใหม่
? SSID (Service Set Identifier)
? The administrator Login Name (User Name) / Password

การ เข้าไปเปลี่ยนชื่อ SSID ทำได้โดย ? WLAN Parameter Setting ? Advanced Set Up ?การเข้าไปที่หน้าคอนฟิคของสินค้า ตั้งชื่อ SSID ตามที่ท่านต้องการ
Cell Sizing
ความ เชื่อที่ว่ายิ่งแรงยิ่งดี มักมาคู่กับการที่ท่านแบ่งสัญญาณเครือข่ายไร้สายให้ข้างบ้านใช้งานด้วย ดังนั้นในการติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายควรดูรัศมีที่ท่านต้องการจะใช้งาน และเลือกใช้ และติดตั้งอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณได้เหมาะสมกับรัศมีนั้น
? ในปัจจุบันสินค้าบางรุ่นจะมีคุณสมบัติที่เรียกว่า ?Adjust antenna transmit power? ให้ท่านสามารถปรับให้กำลังส่งลดลงได้
? หรือหากอุปกรณ์ที่ท่านใช้อยู่นั้นไม่สามารถปรับค่ากำลังส่งได้ ท่านสามารถติดตั้งอุปกรณ์ให้อยู่กลางบ้าน หลีกเลี่ยงการวางใกล้หน้าต่าง

การ เข้าไป Adjust antenna transmit power WLAN Parameter? Advanced Set Up ?ทำได้โดย การเข้าไปที่หน้าคอนฟิคของสินค้า เลือกระดับของ Transmit Power?Setting

SSID Naming
จากที่กล่าวข้างต้น ว่าท่านควรเปลี่ยนชื่อ SSID ให้ต่างจากชื่อที่มาจากโรงงาน ชื่อที่ตั้งใหม่ก็ควรหลีกเลี่ยงชื่อที่ใกล้ตัวท่านมากเกินไป อาทิ ชื่อจริง ชื่อเล่น นามสกุล ชื่อบริษัท ควรเป็นชื่อที่ไม่มีความหมาย หรือยากแก่การคาดเดา เพราะบุคคลที่ต้องการเข้ามาในระบบของท่านอาจลองเสี่ยงใช้เพื่อเข้าระบบของ ท่านได

Cloaking
อุปกรณ์กระจายสัญญาณ อาทิ Access Point จะมีการตั้งค่าหนึ่งเรียกว่า ?Closed Network? หรือ ?Broadcast SSID? การที่ท่านปิดเน็ตเวิร์ค (enabling Closed Network) หรือ ตั้งค่าไม่ให้เผยแพร่ SSID (disabling Broadcast SSID) จึงเป็นเสมือนการซ่อนไม่ให้อุปกรณ์ลูกข่ายสามารถหา Access Point เจอ และไม่สามารถเข้ามาในระบบได้

ในการทำงาน Access Point จะส่งแพ็คเก็ตเล็กๆออกมา กระจายไปในอากาศ ด้วยอัตราการส่งจำนวนหนึ่ง อาทิ 100 แพ็คเก็ตต่อวินาที เรียกว่า Beacon (บีค่อน) ในบีค่อนจะมีข้อมูลต่างๆ รวมทั้ง SSID (Network Name) อยู่ด้วย ในตลาดจะมีอุปกรณ์ตัวหนึ่งเรียกว่า Network Stumbler ใช้สำหรับสแกนหา Access Point โดยการส่ง ?Blank Probe Request? ออกไปในอากาศ หากท่านตั้งค่า disabling Broadcast SSID ที่ Access Point ของท่าน บีค่อนที่ Access Point ส่งออกมาจะไม่ปรากฏชื่อ SSID และไม่สามารถตอบรับกับ blank Probe Request ได้ ทำให้ Network Stumbler ไม่สามารถหา Access point เจอ กล่าวได้ว่าเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายของท่านได้

อย่าง ไรก็ตาม พึงระลึกว่าวิธีนี้เป็นการสร้างความปลอดภัยได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แฮ็กเกอร์มืออาชีพยังคงมีหลากหลายวิธีที่สามารถหาชื่อ SSID ของท่านได้

การ เข้าไป Disabling Broadcast SSID ทำได้โดย ? WLAN Parameter Setting ? Advanced Set Up ?การเข้าไปที่หน้าคอนฟิคของสินค้า เลือก Disable Broadcast SSID

MAC Filters
ที่ด้านหลังของไวร์เลสอแดปเตอร์ จะมีข้อมูลหนึ่งเป็นการผสมระหว่างตัวเลขกับตัวอักษร จำนวน 12 หลัก เรียกว่า ?MAC address? (พลิกดูด้านหลังอแดปเตอร์ มองหา MAC address หรือบางอแดปเตอร์จะใช้ชื่อเรียกว่า Node ID) ในขณะที่เร้าเตอร์ แอ็คเซสพอยส์ จะมีการตั้งค่าหนึ่งที่ให้ท่านสามารถกรอกรายชื่อ MAC address ที่ท่านยอมให้เข้ามาใช้งานในระบบได้ ซึ่งหมายความว่า หากท่านกรอกรายการเฉพาะ MAC addresses ของการ์ดที่ท่านและคนในบ้านใช้งาน ก็จะป้องกันไม่ให้การ์ดของเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายการเข้ามาใช้งานในระบบได้

การเข้าไประบุรายชื่อ MAC ? Advanced Set Up ?address ทำได้โดย การเข้าไปที่หน้าคอนฟิคของ Access Point (1) เลือก Accept ที่ Control (2) ระบุ MAC address?Access Control Setting กด?ที่ต้องการ save

Encryption
พึงระลึกเสมอ ว่าการทำงานของระบบเครือข่ายไร้สาย เป็นการรับส่งข้อมูลในอากาศ นั่นก็หมายความว่าถ้ามีใครสามารถจับข้อมูลที่เราส่งออกไปในอากาศนั้นได้ ก็สามารถอ่านข้อมูลของเราได้ แอบอ่านอีเมล์ หรือขโมย User Name / Password เราได้เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)

ตามมาตรฐานจากโรงงาน อุปกรณ์ไร้สายจะรองรับเทคโนโลยีการเข้ารหัส ซึ่งมีหลากหลายเทคโนโลยี
? WEP (Wired Equivalent Privacy)
? TKIP (Temporal Key Integrity Protocol) เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนามาจาก WEP
? AES (Advanced Encryption Standard)

ถ้า อุปกรณ์ที่ท่านใช้อยุ่รองรับ WEP ให้เข้าไป enable WEP ของทั้งที่ Access Point และ อแดปเตอร์ จะเป็นการทำให้ทุกข้อมูลที่รับส่งในอากาศมีการเข้ารหัส ทำให้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มีการเข้ารหัสร่วมกับเราไม่สามารถรับและแปลงรหัสนั้น ได้ ดังนั้นในการตั้งรหัส ท่านจะต้องตั้งรหัสทุกอุปกรณ์ให้ตรงกัน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการล็อคตัวท่านเองให้ไม่สามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ด้วย อย่างไรก็ตาม WEP เป็นการรักษาความปลอดภัยอย่างง่าย ซึ่งปัจจุบันการปลดรหัส WEP ทำได้ง่ายมาก แฮกเกอร์สามารถปลดรหัสได้ภายใน 5นาที


การเข้าไประบุรายชื่อ MAC Advanced Set?address ทำได้โดย การเข้าไปที่หน้าคอนฟิคของ Access Point ?Up (1) เลือก Open System ที่ Authentication (2) เลือก Enabled?Security Setting ที่ Encryption (3) เลือก HEX หรือ ASCII ที่ Key Type (4) เลือก 152, 128 หรือ 64 bits ที่ Key Size (5) กรอกรหัสที่ต้องการตั้งในช่อง First Key (ต้องเป็นรหัสเดียวกันกับที่ใช้ในการตั้งค่าที่อแดปเตอร์ทุกตัวที่จะใช้ใน ระบบ) การตั้งค่ารหัสจะมีหลักการที่แตกต่างกันไป ตามแต่ Key Type และ Key Size ที่เลือก

Key Type Key Size First Key
HEX 152 bits ผสมตัวเลข ตัวอักษรให้ได้ 32 หลัก จากเลข 0-9 และอักษร A ? F (ตัวอักษรใหญ่เล็กไม่มีผล)
HEX 128 bits ผสมตัวเลข ตัวอักษรให้ได้ 26 หลัก จากเลข 0-9 และอักษร A ? F (ตัวอักษรใหญ่เล็กไม่มีผล)
HEX 64 bits ผสมตัวเลข ตัวอักษรให้ได้ 10 หลัก จากเลข 0-9 และอักษร A ? F (ตัวอักษรใหญ่เล็กไม่มีผล)
ASCII 152 bits ผสมตัวเลข ตัวอักษรให้ได้ 16 หลัก จากเลข 0-9 และอักษร A ? Z (ตัวอักษรใหญ่เล็กไมีผลต่อการตั้งรหัส ส่วนเครื่องหมายพิเศษจะใช้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ firmware ของรุ่นนั้นๆ)
ASCII 128 bits ผสมตัวเลข ตัวอักษรให้ได้ 13 หลัก จากเลข 0-9 และอักษร A ? Z (ตัวอักษรใหญ่เล็กไมีผลต่อการตั้งรหัส ส่วนเครื่องหมายพิเศษจะใช้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ firmware ของรุ่นนั้นๆ)
ASCII 64 bits ผสมตัวเลข ตัวอักษรให้ได้ 5 หลัก จากเลข 0-9 และอักษร A ? Z (ตัวอักษรใหญ่เล็กไมีผลต่อการตั้งรหัส ส่วนเครื่องหมายพิเศษจะใช้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ firmware ของรุ่นนั้นๆ)

หาก ผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้ได้รับการรับรอง WPA (WiFi Protected Access Certified) อุปกรณ์นั้นจะรองรับการเข้ารหัส TKIP ซึ่งจะใช้หลักการเดียวกับการเข้ารหัส WEP คือทั้ง Access Point และ อแดปเตอร์ที่ท่านใช้จะต้องมี WPA Certified.
การเข้ารหัส TKIP ให้ไปที่ security setting แล้วเลือก WPA-Pre-Shared Key (หรือบางครั้งอาจใช้ชื่อ WPA Passphrase)

ทั้ง นี้ผลิตภัณฑ์เก่าที่สนับสนุนแต่เพียง WEP อาจจะมีเฟิร์มแวร์ (firmware) ที่สามารถอัพเกรด WPA ได้ จึงขอแนะนำให้ท่านเข้าไปตรวจสอบในเวบไซด์แบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้ ดูว่าท่านสามารถอัพเกรด WPA / TKIP ได้หรือไม่

หากผลิตภัณฑ์ที่ ท่านใช้ได้รับการรับรอง WPA2 (WiFi Protected Access ? version 2) หมายความว่าอุปกรณ์ไร้สายที่ท่านใช้สนับสนุน AES การเข้ารหัส AES จะต้องเข้าตั้งค่าทั้งที่ Access Point และ อแดปเตอร์เช่นเดียวกับการเข้ารหัสอื่นๆที่กล่าวมาแล้ว
การเข้ารหัส AES ให้ไปที่ security setting แล้วเลือก WPA2-Pre-Shared Key (หรือบางครั้งอาจใช้ชื่อ WPA2 Passphrase)
ผลิตภ ัณฑ์รุ่นเก่าๆโดยทั่วไปจะไม่สามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์เพื่อการเข้ารหัส AES ได้ อย่างไรก็ตามควรติดต่อหรือเข้าไปที่เว็บไซด์ของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้ เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

Static IP
เร้าเตอร์ที่มีฟังก์ชั่น DHCP จะทำการแจก IP address ให้กับอแดปเตอร์ โดยการแจกจะไม่ใช่เลข IP ที่คงที่ แต่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามการใช้งานแต่ละครั้ง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าจะไปแจกให้กับเครื่องของคนอื่นที่ต้องการเข้ามาใช้งานใน ระบบได้เหมือนกัน


ลองพิจารณาการใช้วิธีการแจก IP address แบบคงที่ โดยการ disabling DHCP setting ที่เร้าเตอร์ แล้วให้ท่านเลือกเลขที่ IP ให้กับอแดปเตอร์ทุกตัวของท่านด้วยตัวท่านเอง ซึ่งอาจจะดูไม่สะดวกแต่จะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับระบบไร้สายของท่าน ได้มากกว่า
ท่านสามารถ ?Disable DHCP ที่ Access Point หรือเร้าเตอร์ โดยการ เข้าไปที่หน้า Configuration เลือก Disabled ที่ DHCP Server?เลือก LAN

แล้วเข้าไปตั้งค่า IP ?ที่ท่านต้องการ (manually) ให้อแดปเตอร์จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยการกด Start จะขึ้นหน้าต่าง? Wireless Network Connection ? Network Connection ?Setting Double Click ที่?Wireless Network Connection Status ให้เลือก Properties จะขึ้นหน้าต่าง Internet Protocol (TCP/IP)?Internet Protocol (TCP/IP) เลือก Use the following IP address จากนั้นกรอกค่า IP ที่ต้องการ?Properties โดยจะต้องสอดคล้องกับ ค่า Default gateway (ค่า IP ของ Router หรือ Access Point ที่ใช้) คือกำหนดให้ตัวเลข 3 ชุดแรกเหมือนกัน แต่ชุดที่ 4 ต้องไม่เหมือนกัน (ตามที่แสดงในตาราง)

Class A Class B Class C
IP address ที่ต้องการ 10.0.0.y 172.16.7.y 192.168.0.y
Subnet 255.0.0.0 255.255.0.0 255.255.255.0
Default gateway 10.0.0.x 172.16.7.x 192.168.0.x

โดยค่า y ที่ท่านกำหนดจะต้องไม่เท่ากับ x

Common Security Practices
เลือกการใช้งานข้อปฏิบัติบางอย่างที่เหมาะสม อาทิ
? ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส ดาว์นโหลด virus signatures files- ไฟล์ที่รวบรวมชื่อและลักษณะของไวรัสประเภทต่างๆไว้ และจะตรวจจับเมื่อไวรัสลักษณะนั้นเข้ามาในระบบ ไม่ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้โดยง่าย
? หากไม่มีความต้องการใช้ไฟล์งานร่วมกันระหว่างเครื่อง ควร disable file sharing
? ลองพิจารณาติดตั้ง Personal firewalls ให้กับทุกๆเครื่องคอมพิวเตอร์
Document Your Settings
จาก คำแนะนำต่างๆข้างต้น มีหลายข้อมูลที่ท่านต้องมีการตั้งชื่อใหม่ หรือตั้งค่าใหม่ ในครั้งนี้จึงขอแนะนำให้ท่านจดค่าต่างๆเหล่านั้นในที่ที่ปลอดภัย เผื่อกรณีที่ท่านจำเป็นต้อง reset อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งท่านจำเป็นต้องกลับไปที่ค่าที่ตั้งมาจากโรงงาน default settings) และต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

Turn it off
คำแนะนำสุดท้ายคือการ ปิดเครื่องในขณะที่ท่านไม่ได้ใช้งาน เพราะคนอื่นจะไม่สามารถเข้ามาใช้งานในระบบของท่านได้ หากท่านปิดเครื่องนั้นเสีย

หมายเหตุ: สินค้าแต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่น อาจมีวิธีการเรียกชื่อการตั้งค่าต่างกัน ทั้งนี้บทความนี้แสดงลำดับวิธีการตั้งค่าจาก สินค้า PCi รุ่น GW-AP54SG และสินค้า Tactio รุ่น ALTERA-04G สำหรับสินค้ารุ่นอื่นๆ ท่านสามารถศึกษาได้จากคู่มือการติดตั้ง หรือติดต่อบริษัทผู้ผลิตเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
บทความโดย อ.ปริญญา หอมเอนก

ระบบ LAN ไร้สาย หรือ Wireless LAN กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขั้นเรื่อยๆ ขณะที่ความปลอดภัยของระบบ Wireless LAN
ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี เราควรติดตั้งระบบ Wireless LAN ให้ปลอดภัยตามหลักการด้าน Information Security
เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดี

ลองตรวจสอบระบบ Wireless LAN ของคุณดูว่าได้ทำตาม 10 เทคนิคการติดตั้งระบบ Wireless LAN ให้ปลอดภัยแล้วหรือยัง
ถ้ายังก็แปลว่าระบบ Wireless LAN ของคุณยังมีความเสี่ยงอยู่ และ ควรได้รับการแก้ไขให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นนะครับ


10 เทคนิคการติดตั้งระบบ LAN ไร้สายให้ปลอดภัยจากแฮกเกอร์

1. วาง Access Point (AP) ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ไม่ควรวาง AP ไว้ในระบบ LAN ภายใน ควรวาง AP บริเวณหน้า Firewall จะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ
ต้องวางภายใน LAN ที่เป็น Internal Network ก็ควรจะมีการเพิ่มการ Authentication, Encryption เข้าไปด้วย

2. กำหนดรายการ MAC Address ที่สามารถเข้าใช้ AP ได้เฉพาะที่เราอนุญาตเท่านั้น

การ Lock ด้วยวิธีกำหนดค่า MAC Address นั้น แม้ว่าจะไม่ใช้วิธีที่กัน Hacker ได้ 100% ก็ตาม เพราะ Hacker สามารถ
Spoof ปลอม MAC Address ได้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีการกำหนดเสียเลย เหมือนกับว่าเราควรมีการป้องกันหลายๆ วิธี
การกำหนด MAC Address ให้เฉพาะเครื่องที่เราอนุญาตก็เป็นการกันในชั้นหนึ่ง เพื่อให้ Hacker เกิดความยากลำบาก
ในการ Hack เข้าสู่ระบบ Wireless LAN ของเรา

3. จัดการกับ SSID (Service Set Identifier) ที่ถูกกำหนดเป็นค่า Default มาจากโรงงานผลิต

ค่า SSID จะถูกกำหนดเป็นค่า Default มาจาก Vendor เช่น Cisco Aironet กำหนดเป็นชื่อ tsunami เป็นต้น
เรา ควรทำการเปลี่ยนค่า SSID ที่เป็นค่า Default ทันทีที่เรานำ AP มาใช้งาน และ ควรปิดคุณสมบัติการ Auto Broadcast SSID ของตัว AP ด้วย

4. ใช้ WEP (Wired Equivalent Privacy) security protocol ในการเข้ารหัสข้อมูล
ระหว่าง IEEE 802.11b Wireless LAN Client และ Access Point (AP)

มาตรฐาน WEP เป็นมาตรฐานหลักที่มีใน AP ทุกตัว แต่โดยปกติแล้วจะไม่ได้เปิดใช้ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ โปรแกรม
Packet Sniffer เช่น Ethereal (www.ethereal.com) ดักจับ Packet และสามารถอ่านข้อมูลที่เป็น Plain text ได้
เพราะ AP มีลักษณะการทำงานแบบ HUB ไม่ใช่ Switching เหมือนที่เราใช้กันใน LAN ทุกวันนี้ เราจึงควรมีการเข้ารหัส
Packet ของเราในระดับ Layer 2 เพื่อให้ยากต่อการจับด้วยโปรแกรมประเภทนี้ ถ้าเราเพิ่มการ generate WEP Key
เป็นแบบ Dynamic จะช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้งานแบบ Session-Based และ User-Based WEP Key
ก็ช่วยได้เช่นกัน

5. อย่าหวังพึ่ง WEP อย่างเดียว เพราะ WEP สามารถที่จะถูก Crack ได้

การเพิ่ม WEP เข้ามาในการใช้งาน Wireless LAN เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ WEP ก็ไม่สามารถกันพวกแฮกเกอร์ได้ 100%
เพราะมีโปรแกรมที่สามารถถอดรหัส WEP ได้ ถ้าได้ IP Packet จำนวนมากพอ เช่น โปรแกรม AirSnort จาก
http://www.shmoo.com เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราควรเพิ่มการป้องกันใน Layer อื่นๆ เข้าไปด้วย

6.ใช้ VPN ร่วมกับการใช้งาน Wireless LAN

การใช้ VPN ระหว่าง Wireless LAN Client กับ AP ต่อเชื่อมไปยัง VPN Server เป็นวิธีที่ปลอดภัยมากกว่าการใช้ WEP
และ การ Lock MAC Address การใช้ VPN ถือได้ว่าเป็นการป้องกันที่ลึกอีกขั้นหนึ่ง และ เป็นการรักษาความปลอดภัย
ในลักษณะ end to end อีกด้วย

7. เพิ่มการ Authentication โดยใช้ RADIUS หรือ TACACS Server

ถ้าองค์กรมี RADIUS Server หรือ CISCO Secure ACS (TACACS) Server อยู่แล้ว สามารถนำมาใช้ร่วมกับ AP ที่มีความสามารถ
ในการตรวจสอบ Username และ Password ก่อนที่ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบ (Authentication Process) และ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องจำหลาย
Username หลาย Password ผู้ใช้สามารถใช้ Username และ Password เดียวกับที่ใช้ในระบบ Internal LAN ได้เลย ทำให้สะดวก
ในการบริหารจัดการ Account ภายใน และ IT Auditor ควรตรวจสอบการเข้าระบบ Wired และ Wireless LAN จาก Log ของระบบด้วย

8. การใช้ Single Sign On (SSO) ดังที่กล่าวมาแล้วในข้อ 7 ควรกำหนดเป็น Security Policy ให้กับองค์กรสำหรับระบบ Wired และ Wireless LAN

เพื่อที่เราสามารถที่จะกำหนดคุณสมบัติ AAA ได้แก่ Authentication, Authorization และ Accounting ได้ การใช้งานควรกำหนด
Security Policy ทั้งระบบ Wired และ Wireless LAN ไปพร้อมๆ กัน และ แจ้งให้ผู้ใช้ได้ทราบปฎิบัติตาม Security Policy
และสามารถตรวจสอบได้

9. อุปกรณ์ Wireless LAN จากแต่ละผู้ผลิตอาจมีคุณสมบัติแตกต่างจากมาตรฐานและมีปัญหาในการทำงานร่วมกัน

แม้ว่าผู้ผลิตอุปกรณ์จะผลิตตามมาตรฐาน IEEE 802.11b ผู้ผลิตบางรายมักจะเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างเฉพาะผู้ผลิตรายนั้นๆ
เช่น เพิ่มคุณสมบัติทางด้าน security ของอุปกรณ์เป็นต้น เราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะติดสินใจซื้อมาใช้งานจริงว่าอุปกรณ์
ไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน

10. ระวัง Rouge AP แม้คุณจะไม่ได้ใช้ระบบ Wireless LAN เลยก็ตาม

การ Hack จากภายในองค์กรในสมัยนี้ทำได้ง่าย แม้องค์กรจะไม่ได้ใช้ระบบ Wireless LAN เลย วิธีการก็คือ มีผุ้ไม่หวังดี
ทำการแอบติดตั้ง AP ที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้ากับระบบ Internal LAN เรียกว่า Rouge AP จากนั้นผุ้ไม่หวังดีก็สามารถ
Access Internal LAN ผ่านทาง Rouge AP ที่ทำการแอบติดตั้งไว้ ซึ่งเขาสามารถเข้าถึงระบบภายในได้ จากภายนอกอาคาร
หรือ จากที่จอดรถของบริษัทก็ได้ ถ้าระยะห่างไม่เกิน 100 เมตร จาก AP ที่แอบติดตั้งไว้

เราควรมีการตรวจสอบ Rouge AP เป็นระยะๆ โดยใช้โปรแกรม Networkstumbler (http://www.netstumbler.com)
เพื่อหาตำแหน่งของ Rouge AP หรือ เราควรติดตั้ง IDS (Intrusion Detection System) เช่น SNORT (http://www.snort.org)
เพื่อคอยตรวจสอบพฤติกรรมแปลกๆ ในระบบ Internal LAN ภายในของเราเป็นระยะๆ จะทำให้ระบบของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น
และ มีการเตือนภัยในลักษณะ Proactive อีกด้วย

คีย์ลัด เมื่อใช้งานอินเตอร์เนต

คีย์ลัด
Alt+D : ทำใ้ห้เคอร์เซอร์ไปที่ช่อง Address
Alt+ปุ่มลูกศรซ้าย : ไปยังเพจก่อนหน้านี้
Atl+Home : กลับไปยังหน้าหลักของโฮมเพจ
Ctrl+L : เปิดแถบ Favorites
F5 : รีเฟรชหน้าเว็บเพจ
Ctrl+Enter : ใส่ข้อความ Http://www.ข้อความที่พิมพ์.com ให้อัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณพิมพ์
google ลงที่แอ็ดเดรสบาร์ระบบก็จะเปลี่ยนเป็น Http://www.google.com ให้โดยอัตโนมัติ

การลบหน้าต่าง Web Site ที่ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ใน ระหว่างที่คุณค้นหาข้อมูลในเว็บต่าง ๆ อาจมีหน้าต่างเปิดขึ้นมาอัตโนมัติ เราเรียกว่า popup windows ครับ เว็บมีการใช้วิธีนี้เพื่อแสดงข้อความที่ต้อง การโฆษณา เราสามารถสั่งปิดได้ด้วยคำสั่ง Ctrl+W หรือกด Alt+F4 ครับ

การลบอีเมล์โดยการใช้ Shortkey
โดย ปกติแล้วเวลาที่เราใช้อีเมล์ เราต้องการที่จะลบอีเมล์นั้นคุณต้องทำการเลือกอีเมล์นั้น แล้วต้องกด Delete ใช่ไหมครับแต่ ถ้ามีวิธีที่ง่ายกว่านั้นอีกครับ วิธีนั้นก็คือ ให้คุณกด Ctrl + D อีเมล์นั้นจะหายไปในทันทีครับ

10 เทคนิคกรใช้ internet Explorer

1.ค้นหาข้อมูลใน web ที่กำลังใช้งาน
เราสามารถ search ข้อมูลใน web ที่กำลังเข้าไปดูอยู่ได้ โดยการกด keyboard Ctrl+F


2.ปุ่มใดแทนคำสั่ง back ได้
ปุ่ม Backspace ใน keyboard สามารถใช้ทดแทนคำสั่ง back เวลา surt net ได้


3.ปิด window ให้เร็วดังใจ
ใช้ปุ่ม Ctrl+W ใน keyboard เพื่อปิด window ที่กำลังใช้งานอยู่ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม close ก็ได้


4.ดู address bar ว่าไปที่ไหนมาบ้าง
address bar คือตำแหน่งที่ใช้ในการพิมพ์ url ของ web site ต่าง ๆ.. เราสามารถดูได้ว่าเคยพิมพ์อะไรไปบ้าง โดยการกดปุ่ม

keyboard F4 โปรแกรมจะแสดงรายละเอียดให้ทราบ


5.save URL ให้เร็วที่สุด
คุณสามารถกดปุ่ม keyboard Ctrl+D เพื่อ save ที่อยู่ใน web site ที่คุณดูอยู่ในปัจจุบันได้ (เผื่อคราวหน้าจะได้ เยี่ยมไปแวะชมอีกได้ สะดวกไงครับ)


6.ส่ง web ถูกใจไปให้เพื่อน
คุณทราบหรือไม่ว่า web page ต่าง ๆ ที่เราแวะเข้าไป สามารถส่งไปให้เพื่อนดูได้ เพียงแค่เลือกเมนู File เลือก Send และเลือกหัวข้อ page by Email แค่นี้เพื่อนคุณก็จะได้รับ web ที่มีหน้าตาเหมือนกับที่คุณกำลังดูอยู่ แจ๋ว! ไหมค่ะ


7.เลื่อนดูหน้า web อย่างรวดเร็ว
ปกติ เวลาจะดูรายละเอียดของ web page แต่ละหน้า จำเป็นต้องใช้เม้าส์คลิกลาก ขึ้น-ลง ด้านบนสุด หรือล่างสุด ทำให้ไม่สะดวกนักสำหรับผู้ไม่ถนัดในการใช้เมาส์
ลองกดปุ่ม keyboard ที่ชื่อว่า Home หรือ End ดู คงช่วยอะไรคุณได้บ้าง..


8.อยาก save ฿าพเป็น wallpaper
บางครั้งเราแวะไปเยี่ยมชม web site บางแห่ง แล้วถูกใจในรูป฿าพนั้น ๆ และอยากจะนำกลับมาเป็น wallpaper สำหรับโปรแกรม Internet Explorer มีตัวช่วยให้คุณครับ เพียงแค่กด คลิกขวาที่บริเวณ฿าพ จากนั้นเลือกคำสั่ง Set as wallpaper


9.เลื่อนขึ้น-ลง ทีละนิด
web page บางหน้าอาจมีความยาวมาก การจะเลื่อนหน้าทีละนิดเพื่ออ่านข้อมูล ถ้าจะใช้เมาส์ บางทีอาจไม่สะดวกนัก ลองใช้ keyboard ปุ่มที่ชื่อว่า Page Up หรือ Page Down ดูซิค่ะ น่าจะดีกว่าเยอะเลย..

10.แสดงพื้นที่บน internet Explorer ให้มากที่สุด
ให้กด keyboard F11 เพื่อขยายเต็มหน้าจอ กดอีกครั้งจะเป็นการกลับสู่ส฿าพเดิม


บางอันใครไม่เคยรู้~ก็จำไว้นะครับ จะได้เทพๆกันหน่อย ฮ่าๆ

เครื่องปี้ดได้ไม่ต้องพึ่ง Software (รับประกันว่าปี้ดขั้นจริงๆ)

เฉพาะ XP เท่านั้น
คลิกขวาMy computer>Advanced>ตรงPerformance เลือกSettings>ติกออกให้หมด เอาไว้ให้เหลือ 2 อันสุดท้ายพอง้าบ

ต่อไปเลือกแถบแอดว้าน(วิธีต่อไปนี้เป็นการเพิ่มแรมแต่แรมนี้จะช้ากว่าแรมจริงอยู่มาก)
Change>Intial size ให้เอาแรมที่เรามีมาคูณ 2 สำหรับปกติ
แต่เรามีหรือ จาปกติ คูณ 5 เลยค้าบพี่น้อง ใช้เลขที่ใน Maximum size ด้วย กด SET>OK restart ปี้ด!!!!!!!!!!!

Tip : ใช้ Core 2 Duo ให้เต็มประสิทธิภาพครับ

1.ขั้นแรกให้กดตรง start ก่อนนะครับ ถ้าเป็น vista ก็พิมพ์ไปได้เลย ถ้าเป็น xp ก็กดคำว่า run ก่อน โดยพิมพ์คำว่า msconfig แล้วกด enter เลยครับ
2.จากนั้นก็ให้เข้าไปเลือกในหัวข้อ boot แล้วคลิกตรง Advanced Options ครับ



3.ถ้าเป็น core 2 duo ก็ติ๊กตรงช่อง number of processor ให้เป็น 2 ครับ

4.ติ๊กในช่อง maximum memory ด้านขวา ครับ มีเท่าไหร่ก็ให้ใส่ค่าไปเท่านั้น อย่างของผม 3 Gb ก็คือ 1024x3 = 3072

วิธีปลดล๊อคความเร็วเน็ท

โดยปกติแล้ว window จะ บล็อกความเร็วเน็ต ไว้ 20 เปอร์เซ็นต์ เรามีวิธีปลดบล๊อกได้ด้งนี้
ติดจรวดเล่นอินเตอร์เน็ตให้กับ Windows XP
การใช้งานอินตอร์เน็ตบางครั้งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายด้าน เราก็ พยายามหาหนทางปรับแต่งให้ถูกใจ
และถูกเงิน วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ทำให้การท่องอินตอร์เน็ตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
1. คลิกที่ปุ่ม Start
2. เลือกที่แถบรายการ Run
3. ที่ช่อง Open พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้วคลิก OK
4. จะแสดงหน้าต่างของการปรับแต่ง Group Policy
5. ที่ Computer Configaration เลือกแถบ Administrative Templates
6. หัวข้อ Network เลือกที่ QoS Packet Scheduler
7. มองหน้าต่างด้านขวามือ ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwidth
8. จะปรากฎกรอบหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwidth Properties
9. เลือกแถบ Setting คลิกที่ช่อง Enable
10. ในช่อง bandwidth limit (%) : ปรับค่าเป็น 0
11. คลิก OK เพื่อยืนยันการใช้งาน แค่นี้เองลองนำไช้ดูครับ

10 วิธีรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับเครื่องคอมพ์

ถ้าการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นแบบสาธารณะคือใช้ร่วมกันกับ เพื่อนสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ แน่นอนว่าบางครั้งคุณอาจรู้สึกถึงความต้องการความเป็นส่วนตัว ้คุณจะสามารถซ่อนโฟลเดอร์ เคลียร์ร่องรอยการใช้งานทุกอย่างในเครื่องคอมพิวเตอร ์แบบหมดจดนั้นทำได้อย่างไร

1.ประวัติในบราวเซอร์ โปรแกรม Internet Explorer จะทำการบันทึกชื่อเว็บไซต์ที่คุณเคยเข้าไปแวะชมเอาไว้เพื่อให้ คุณสามารถกลับไปยังเว็บเดิมได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็น ต้องพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมดซึ่งคุณสามารถกำหนดจำนวนรายชื่อ ที่จะให้โปรแกรมเก็บไว้รวมไปถึงว่าจะให้เก็บไว้นานแค่ไหนได้ด้วย ส่วนวิธีการลบรายชื่อนั้นให้เข้าไปที่เมนู Tools -> Internet Options ที่หัวข้อ History ด้านล่างให้คลิกปุ่ม Clear History และที่ข้างๆ ปุ่มนี้คุณสามารถกำหนดจำนวนวันที่จะให้โปรแกรมเก็บบันทึกรายชื่อเอาไว้ได้

2. ลบคุกกี้ เว็บไซต์ที่คุณแวะเข้าไปชมนั้นจะฝากไฟล์ Text เล็กๆ ที่เรียกว่าคุกกี้ (Cookies) ไว้ในฮาร์ดดิสก์ของคุณ โดยคุกกี้จะเก็บบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บเพจที่คุณดูในเว็บนั้นๆ และข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของคุณ เพื่อที่ในการเข้าไปชมในเว็บเดิมในครั้งต่อไปเว็บดังกล่าวจะได้โชว์ข้อมูล ที่คุณสนใจ
หรือแสดงข้อความต้อนรับพร้อมชื่อของคุณ ฯลฯ ดังนั้นหากใครเปิดดูไฟล์คุกกี้ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าคุณแวะไปเว็บใดมาบ้าง แต่คุณก็สามารถลบไฟล์ดังกล่าวได้โดยคลิกเมนู Tools -> Internet Options Delete Cookies

3.เคลียร์ข้อมูลในโฟลเดอร์ Temporary Internet โฟลเดอร์ Temporary Internet (หรือที่เรียกว่าโฟลเดอร์ Cache) คือโฟลเดอร์ที่มีไว้สำหรับเก็บไฟล์ของเว็บเพจหรือภาพกราฟิก ที่คุณแวะเข้าไปชมในอินเทอร์เน็ต ซึ่งโฟลเดอร์นี้จะทำให้การเปิดหน้าเว็บที่คุณชอบเปิดดูบ่อยๆ หรือเคยเปิดดูแล้วรวดเร็วขึ้นเนื่องจากโปรแกรม Internet Explorer จะอ่านข้อมูลในโฟลเดอร์นี้แทนที่จะดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตใหม่ นอกจากนี้หากคุณต้องการท่องเว็บแบบออฟไลน์ไฟล์ของเว็บไซต์ต่างๆ ก็จะถูกเก็บอยู่ในโฟลเดอร์นี้เช่นกัน การลบข้อมูลในโฟลเดอร์นี้สามารถทำได้โดยเปิดโปรแกรม Internet Explorer แล้วคลิกเมนู Tools -> Internet Options ที่หัวข้อ Temporary Internet Files ให้คลิกปุ่ม Delete Files

4.เทถังขยะ เมื่อคุณลบไฟล์ในวินโดว์ส มันจะยังไม่ถูกลบออกไปจริงๆ แต่จะถูกย้ายไปไว้ในโฟลเดอร์ Recycle หรือที่คุณเห็นเป็นสัญลักษณ์ถังขยะบนหน้าเดสก์ทอป หากดับเบิลคลิกที่ไอคอนดังกล่าวจะพบว่ามีไฟล์หรือโฟลเดอร์ ์ที่คุณเคยสั่งลบไปแล้วอยู่มากมาย ซึ่งในกรณีที่คุณเผลอลบหรือลบผิดก็สามารถกู้กลับคืนมาได ้โดยคลิกเลือกไฟล์แล้วคลิกเมนู File -> Restore แต่ถ้าต้องการเคลียร์ไฟล์ในถังขยะ (ต้องการลบไฟล์ออกไปจริงๆ) ให้คลิกขวาที่ไอคอน Recycle Bin แล้วเลือกคำสั่ง Empty Recycle Bin แล้วยืนยันด้วยปุ่ม OK

5.ซ่อนโฟลเดอร์ หากคุณมีไฟล์ข้อมูลที่เป็นความลับเก็บอยู่ บนฮาร์ดดิสก์และไม่ต้องการให้คนอื่นมาเปิดดูได้ มีทางเลือกสองทางคือ ให้ย้ายไฟล์เหล่านั้นไปเก็บไว้ในไดรฟ์แบบพกพาจำพวก USB Stick Drive หรือไม่ก็ทำการซ่อนโฟลเดอร์ซะ ซึ่งการซ่อนโฟลเดอร์ถ้าจะให้ดีจะต้องใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรม Hide Folders (สำหรับวินโดว์ส 95/98/Me) หรือ Hide Folders XP (สำหรับวินโดว์ส 2000/XP)

6.แบบฟอร์มและรหัสผ่าน ในโปรแกรม Internet Explorer นั้นจะฟีเจอร์ AutoComplete ที่จะช่วยจำชื่อเว็บไซต์ที่คุณเคยแวะเข้าไปชมโดยการเติมตัวอักษร ให้คุณในขณะที่คุณพิมพ์ชื่อเว็บ นอกจากนี้ยังจะช่วยคุณจำ Username และ Password สำหรับการล็อกอินเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ (เช่น Hotmail, Yahoo ฯลฯ) เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนอื่นทราบแนะนำให้ปิดฟีเจอร์ช่วยจำของ IE โดยการคลิกที่เมนู Tools -> Internet Options คลิกแท็บ Content แล้วคลิกปุ่ม AutoComplete จากนั้นให้คุณคลิกลบเครื่องหมายหน้าออปชันทั้งหมด สุดท้ายให้คลิกปุ่ม Clear Forms และ Clear Passwords

7.เอกสารที่เปิดด้วย MS Office โปรแกรมแต่ละตัวในชุดโปรแกรมสำนักงานของไมโครซอฟท์ (Microsoft Office) ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, PowerPoint ล้วนแล้วแต่มีฟีเจอร์เก็บประวัติการเปิดดูไฟล์เอกสาร ซึ่งจะถูกเก็บไว้เป็นรายชื่อภายใต้เมนู File ซึ่งการลบรายชื่อไฟล์รวมไปถึงการปิดฟีเจอร์นี้สามารถทำได้โดย (ในโปรแกรม Word) คลิกเมนู Tools -> Options คลิกแท็บ General แล้วคลิกลบเครื่องหมายถูกหน้าออปชัน Recently used file list เพื่อปิดการทำงานซึ่งโปรแกรมจะทำการลบรายชื่อที่เก็บไว้เดิมทิ้งทั้งหมด หรือจะแค่เพียงลดจำนวนรายชื่อที่ต้องการให้โปรแกรมเก็บบันทึกไว้ก็ได้โดย การคลิกลูกศรเพื่อกำหนดตัวเลข ซึ่งวิธีการสำหรับโปรแกรม Excel และ PowerPoint ก็จะคล้ายคลึงกัน

8.ประวัติเอกสารในเมนู Start ตัววินโดว์สเองก็มีความสามารถในการเก็บบันทึกประวัติการเปิดดูไฟล์เอกสาร ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเรียกเปิดไฟล์ที่เคยเปิดขึ้นมาดูได้อย่างรวดเร็วใน วันถัดไป คุณสามารถเรียกรายชื่อของไฟล์ที่วินโดว์สเก็บไว้ขึ้นมาดูและเรียกใช้งานซ้ำ ได้โดย การคลิกปุ่ม Start -> Documents อย่างไรก็ดีหากคุณไม่ต้องการให้คนอื่นทราบว่าคุณเคยเปิดดูไฟล์อะไรบ้าง สามารถลบรายชื่อเหล่านี้ได้ด้วยการคลิกปุ่ม Start -> Settings -> Taskbar & Start Menu จากนั้นคลิกเลือกแท็บ Start Menu แล้วคลิกปุ่ม Customize ตามด้วยปุ่ม Clear

9.ทำลายหลักฐาน การลบไฟล์ในวินโดว์สไม่ว่าจะกดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ดหรือเลือกคำสั่ง Delete จากเมนู จริงๆ แล้วไฟล์ที่คุณลบจะยังไม่หายไปจากฮาร์ดดิสก์จริงๆ แต่ไฟล์เหล่านั้นจะถูกลบชื่อไฟล์จากตาราง FAT เท่านั้น หมายความว่าไฟล์จะยังคงอยู่บนฮาร์ดดิสก์จนกว่าที่จะมีข้อมูลใหม่มาเขียนทับ ลงไป ถ้าคุณไม่ต้องการให้คนอื่นมากู้ไฟล์เหล่านี้ไปใช้งาน (ด้วยโปรแกรมกู้ข้อมูล) แนะนำให้ใช้โปรแกรมทำลายข้อมูลที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เช่น Eraser 5.7, Data Destroyer หรือ Cyberscrub ที่จะทำการเขียนข้อมูลแบบสุ่มลงในตำแหน่งข้อมูลเดิมเพื่อทำลายไฟล์ข้อมูล จริงๆ

10.ไฟล์ชั่วคราวและไฟล์แบ็กอัพ การลบไฟล์ชั่วคราว (Temporary) และไฟล์แบ็กอัพทั้งหมดออกจากเครื่อง สามารถทำได้โดยการคลิกปุ่ม Start -> Search -> For Files and Folders จากนั้นตอบคำถามที่ว่า What do you want to search for ด้วยการคลิกปุ่ม All files and folders และในช่องแรกให้พิมพ์ *.bak แล้วคลิกปุ่ม Search เพื่อเริ่มต้นค้นหาไฟล์ หลังจากการค้นหาเสร็จเรียบร้อยจะปรากฏรายชื่อของไฟล์ในหน้าต่างด้านขวา ให้คลิกเลือกไฟล์ใดก็ได้แล้วกดปุ่ม Ctrl+A ที่คีย์บอร์ดแล้วกดปุ่ม Delete เพื่อลบไฟล์ทั้งหมดที่เลือกไว้ จากนั้นทำซ้ำขั้นตอนเดิมอีกครั้งแต่ให้เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น *.tmp

Credit : Shinobi